งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

พร้อมตายจึงพ้นตาย
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : พนักงานคีย์ข้อมูล พระราม3 งานวุฒิม.6 รามอินทรา หัวหมาก+ธุรการ ทังหมด เค้กเชียงใหม่ สมัครงานวุฒิ ปวช.เก็บค่าผ่านทาง ผู้ช่วย sales partner พนักงานบัญชี บางพลัด rip curl ธุรการ operater แมสเซ็นเจอร์ ปทุมธานี ผู้จัดการ QA/QC ที่ชลบุรีล่าสุด นภสิกร ม.3ห้าง งานบริษัท วุฒิม.6 สุขุมวิท 15000 งาน PCพระราม2 PHP Web Developer PG เชียร์เบียร์แพร่ที่รับสมัคร วิศวกร แปรรูป 3560300283121 พนักงานขับรถส่งpast รฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝร’ยนรฏยฟยฝร’ยนรฏยฟยฝรฏยฟยฝ ลาดพร้า รามคำแหง มีนบุรี รัฐ สถาปนิก พนักงานขายในลำปาง วุฒิม6 เขตราฏบูรณะ ช่างเทคนิค นครปฐม ใกล้ MRT ปริญญาตรี พนักงานแผนกบัญชีประจำที่จังหวัดสุราษธานี ด้านพืช งานกับไปทำที่บ้าน โรงแรมอมารี งานกุ้ก พระประแดง ผลิต บริการ สตาร์บัค สำนักงานจัดหางานจังหวัดกำแพงเพชร งานราชการ แจ้งวัฒนะ วุฒิม.3 เสริฟ ธุรการ บัญชี สมุทรปราการ PCBA ปวส ช่างเทคนิค F8ik= โรงแรมยามาโต้ สมัครงาน ม.3 อุตรดิตถ์ สมัครงานระดับวุฒิ ปวส. ที่เกาะสมุย กลางวันเชีงใหม่ ขายเสื้อผ้าเมกะบางนา สมัครงานขับรถตู้ประจําหน่วยงาน นิคมเหมราชหนองแค สอบบัญชี พระราม 9

  เรื่อง อะไรกันแน่ที่ทำให้คุณอ้วน
  เขียนโดย San W.
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย San W.
Rated: 
by 16 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่

…ใฝ่ฝันถึงรูปร่างที่ดี

…กวาดสายตา เสาะหาโปรแกรมอาหารลดน้ำหนักแบบสำเร็จรูป

…ทดลองมาแล้วทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งชนิดน้ำ ชนิดเม็ด ชนิดผง…แต่ไม่ค่อยได้ผล

…อยากรูปร่างดี โดยไม่ต้องออกกำลังกาย

…สะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่า "อ้วน"

…ถ้าใช่ "ใกล้หมอ" จะพาไปค้นหาสาเหตุ …อะไรกันแน่ที่ทำให้คุณอ้วน ?

หมูตอน…พะยูน…พะโล้…ตุ่ม… สารพัดคำเรียกที่สรรกันมาเปล่ง เป็นฉายาของบุคคลที่มีน้ำหนักเกิน (มาตรฐาน)

หากฝั่งผู้พูด แม้จะอ้วนจริง แต่ก็ให้เกิดอาการจี๊ดเจ็บใจแกมจดจำ (ไว้ก่อน) หลายคนบอกอ้วนแล้วเป็นไง ไปประกวดธิดาช้างก็ได้ หลายคนเฉยๆ อ้วนก็อ้วนไป ไม่ได้เอาเงินใครไปกินนี่นา ทุกบาททุกสตางค์ที่ทุ่มลงไปในอาหารแต่ละถ้วยแต่ละชาม ก็เหนื่อยยากหามาด้วยตัวเองทั้งนั้น อ้วนไป ไม่ได้หนักเครื่องชั่งใคร…

ถ้า "อ้วน" เป็นเพียงเรื่องของความไม่สวย ไม่งาม ของร่างกาย ก็คงไม่เป็นไร หากจะไม่สนใจคำเตือนคำเหน็บแนมของใครต่อใคร แต่เนื่องจากภาวะ "อ้วน" นำมาซึ่งสารพัดโรคร้าย ดังที่ใครต่อใครออกโรงมาเตือนให้ระวังภาวะน้ำหนักเกิน จนกระแสการต่อต้านความอ้วนกระพือโหมไปทั่วโลก และนักโภชนาการหลากหลายสาขา ออกมากำหนดโปรแกรมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักในหลายแนวทาง นั่นก็เพราะอ้วน…อันตราย

หนักเท่าไหร่ถึงเรียกว่า "อ้วน"

วิธีง่ายที่สุดที่ใช้ประเมินความอ้วน ก็คือ ยืนตรงมองปลายเท้าของตัวเองโดยไม่ก้มตัว ถ้ามองไม่เห็นปลายนิ้วเท้า ก็ถือว่าอ้วนแล้ว หรือจะคำนวณแบบง่ายด้วยสูตร ส่วนสูงลบด้วยค่ามาตรฐาน (ถ้าเป็นผู้ชายก็คือ ลบด้วย 100 ถ้าเป็นผู้หญิงก็ลบด้วย 110) ถ้าน้ำหนักตัวที่เป็นอยู่มากกว่าค่าตัวเลขที่คำนวณได้ก็ถือว่าอ้วน

นอกจากนี้ก็มีสูตรการคำนวณอีกสูตรที่เป็นการคำนวณดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) ซึ่งสูตรในการคำนวณก็คือ     = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร2)

ถ้าได้ค่าอยู่ระหว่าง 18.5-24.9 กิโลกรัม / ตารางเมตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าอยู่ระหว่าง 25-29.9 คือ เริ่มอ้วนแล้วเพราะน้ำหนักเกิน ถ้าเกิน 30 กิโลกรัม/ตารางเมตร แสดงว่าเป็นโรคอ้วน

แล้วจะทำอย่างไร "ไม่ให้อ้วน"?

ก่อนอื่นลองมาทำความเข้าใจเรื่องของสาเหตุความอ้วน โดยเริ่มที่ร่างกายและกิจวัตรประจำวันก่อน

 

§         ความต้องการพลังงานของร่างกาย

ร่างกายนั้นขับเคลื่อนด้วยพลังงาน เหมือนรถ เรือ เครื่องบิน ที่ต้องเติมน้ำมัน อาหารก็เหมือนกับน้ำมันที่เติมลงไป ในแต่ละวันร่างกายใช้พลังงานในปริมาณเท่าๆ กันทุกวัน ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตแบบเป็นกิจจะลักษณะ คือทำอะไรซ้ำๆ กันทุกวัน

ปริมาณของพลังงานมีหน่วยเรียกว่า "แคลอรี่" ซึ่งโดยทั่วไปจะวัดกันที่หน่วย 1,000 แคลอรี่ ก็จะเท่ากับ 1 กิโลแคลอรี่ แต่จะเรียกกันง่ายๆ อย่างที่คุ้นหูกันอยู่ว่า แคลอรี่ เช่น อาหารชนิดนั้นชนิดนี้ให้พลังงานเท่านั้นเท่านี้แคลอรี่ และหากร่างกายได้รับพลังงาน มากเกินกว่าความจำเป็นที่ใช้ในแต่ละวัน ร่างกายก็จะสะสมพลังงานเหล่านั้น ไว้เป็นพลังงานสำรองเพื่อนำมาใช้ในยามขาดแคลน การเก็บพลังงานสำรองนี้เก็บไว้ในรูปของไขมัน ฝากไว้ตามพุง ตามหน้าท้อง แขน ขา ก้น ใบหน้า ซึ่งก็คือที่มาของ "ความอ้วน" นั่นเอง

เพื่อให้รู้เท่าทันความต้องการพลังงานของร่างกาย จึงควรทำความเข้าใจกับความต้องการใช้พลังงาน ของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อจะได้สามารถกำหนดปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละวันได้ถูกต้อง

จากผลการศึกษาของนักโภชนาการทั่วโลก ทำให้ทราบว่า ร่างกายต้องการพลังงานในวันหนึ่งๆ ประมาณ 1,600-2,800 แคลอรี่ ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันไปตามเพศ รูปร่าง วัย และกิจวัตรประจำวัน

ตัวอย่างเช่น

น้องแอน อายุ 25 ปี เป็นหญิงมั่น รูปร่างเล็กกระทัดรัด นิสัยกระตือรือร้น อาชีพพิธีกรและนักแสดง ออกกำลังกายเป็นประจำ น้องแอนจะต้องการพลังงานประมาณ 1,800-2,200 แคลอรี่ต่อวัน

ส่วนคุณกาญจนา อายุ 50 ปี รูปร่างเล็ก เกษียณตัวเองออกมาอยู่บ้าน กิจวัตรประจำวันคือ เลี้ยงสัตว์ เดินเล่น อ่านหนังสือ คุณกาญจนาจะต้องการพลังงานในแต่ละวันเพียง 1,600 แคลอรี่เท่านั้น ทั้งที่ทั้งสองมีรูปร่างใกล้เคียงกัน

เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนรถยนต์ (อีกแล้ว) รถกำลังแรง คนขับวัยรุ่นเหยียบ 140 กม./ชม ตลอดระยะทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ รถก็จะซดน้ำมันมากกว่ารถยี่ห้อเดียวกัน ซึ่งขับโดยผู้ใหญ่ และขับด้วยความเร็วที่ 80 กม./ชม. ไปเรื่อยๆ ไม่เร่ง ไม่แซง ฉะนั้นการที่จะบอกถึง อัตราการกินน้ำมันของรถแต่ละคันได้ ก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งาน เช่นเดียวกับการกำหนดตัวเลขการใช้พลังงานของแต่ละคนที่ไม่อาจคำนวณเป็นตัวเลขที่แน่นอนตายตัวได้ แต่ก็สามารถประมาณตัวเลขการใช้พลังงานคร่าวๆ ได้ดังนี้

เด็กอายุ 2-6 ขวบ
วัยเด็กตอนปลาย วัยรุ่นตอนต้น
ผู้หญิงผู้ชายทำงานออฟฟิศ
เด็กผู้ชายวัยรุ่นและผู้ชายทำงานที่ต้องใช้แรง
ผู้ใหญ่วัยกลางคน
ผู้สูงอายุ ไม่มีกิจกรรมหนัก

ใช้พลังงานต่อวัน
ใช้พลังงานต่อวัน
ใช้พลังงานต่อวัน
ใช้พลังงานต่อวัน
ใช้พลังงานต่อวัน
ใช้พลังงานต่อวัน

1,600
2,200
2,200
2,800
2,000
1,600

แคลอรี่
แคลอรี่
แคลอรี่
แคลอรี่
แคลอรี่
แคลอรี่

 

ตัวอย่างการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ เป็นเวลา 15 นาที

กิจกรรม

พลังงานที่ใช้ไป
(กิโลแคลอรี่)

ล้างรถ
ถูบ้าน
ทำสวน
เล่นวอลเล่ย์บอล
เดิน (ด้วยอัตรา 5 กม./ชม.)
วิ่ง (ด้วยอัตรา 10 กม./ชม.)
เดินขึ้นบันได

40-50
40-50
50-60
40
60
150
150

 

§         อาหารกับการให้พลังงาน

เมื่อทราบปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวันแล้วทีนี้มาดูซิว่า พลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันนั้นมีปริมาณเท่าไร ?

สมมติว่าเป็นน้องแอน (คนเดิม) วันหนึ่งๆ น้องแอนจะต้องการพลังงาน 2,000 แคลอรี่ (เพราะช่วงนี้งานชุก) ซึ่งพลังงานที่ได้นั้นก็มาจากอาหารที่น้องแอนกินเข้าไปนั่นเอง

ถามว่า แล้งน้องแอนควรกินอะไรบ้างในแต่ละวัน กินอาหารเพียงประเภทเดียวได้ไหม ในเมื่ออาหารนั้นให้พลังงานเพียงพอ

คำตอบก็คือ ไม่ได้ เพราะร่างกายต้องการพลังงานจากอาหารที่มีความหลากหลาย

สัดส่วนของพลังงานจากอาหารที่เหมาะสมหากเทียบปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน เป็น 100% จะได้ส่วนผสมดังนี้

      - คาร์โบไฮเดรต 45-65%

      - ไขมัน 20-35%

      - โปรตีน 10-35%

คาร์โบไฮเดรต

แหล่งพลังงานหลักของร่างกายมาจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งแบ่งออกได้เป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จากอาหารประเภทแป้ง รวมทั้งผักต่างๆ และคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว จากอาหารประเภทน้ำตาล เช่น น้ำหวาน หรือท็อฟฟี่ โดยที่คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวนั้น ร่างกายจะนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นจากเวลาที่เราเหนื่อยหรือหมดแรง หากได้น้ำหวานสักแก้วหรือท็อฟฟี่สักเม็ดร่างกายจะสดชื่นขึ้น เพราะได้พลังงานเสริมชนิดเร่งด่วน แต่ข้อเสียของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวก็คือ เมื่อให้พลังงานเร็วก็จะหมดพลังงานเร็ว ดังนั้น คาร์โบไฮเดรตจากแป้ง ข้าว ขนมปัง ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จึงดีกว่าเพราะร่างกายจะค่อยๆ ย่อย ค่อยๆ ดูดซึม ซึ่งนอกจากจะได้พลังงานแล้วก็ยังได้วิตามินและเกลือแร่พ่วงมาอีกด้วย

นอกจากนี้ ในอาหารประเภทที่เติมน้ำตาลลงไปในกระบวนการปรุงแต่งรส เช่น น้ำอัดลม ท็อฟฟี่ เค้ก คุ้กกี้ น้ำผลไม้ และของหวานที่ทำจากนม เช่น ไอศกรีม ก็จะให้พลังงานแก่ร่างกายในปริมาณมาก โดยที่ไม่ให้สารอาหารอื่นๆ จึงมีส่วนทำให้พลังงานที่ร่างกายได้รับมากเกินกว่าปริมาณที่ต้องการใช้

คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อวัน

ไขมัน

ผู้หญิงทำงานและผู้สูงอายุ ควรบริโภคไขมันปริมาณประมาณ 35-62 กรัมต่อวัน

ผู้หญิงทำงาน และวัยรุ่นชาย ควรบริโภคไขมันปริมาณประมาณ 49-85 กรัมต่อวัน

ผู้ชายวัยรุ่นและผู้ชายวัยทำงาน ควรบริโภคไขมันปริมาณประมาณ 62-108 กรัมต่อวัน

ความจริงแล้ว ไขมันไม่ได้เป็นตัวร้ายตลอดกาลอย่างที่บางคนเข้าใจ ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และเป็นสุดยอดของแหล่งพลังงาน หน้าที่ของไขมันนอกจากจะเป็นตัวละลาย วิตามินบางชนิดที่ไม่ละลายในน้ำแต่ละลายในไขมัน คือ วิตามิน A, D, E, K แล้ว ยังช่วยรักษาโครงสร้างและการทำงานของเซลล์เมมเบรนอีกด้วย แต่ไขมันจำนวนมากก็เป็นสาเหตุของเส้นเลือดอุดตัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ฉะนั้น จึงควรทำความรู้จักกับไขมันให้มาก

ประเภทของไขมัน และแหล่งที่มา

·         ไขมันชนิดอิ่มตัว พบมากในเนย ชีส นมทุกประเภท ครีม ไข่ เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ช็อกโกแลต มะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู มีคุณสมบัติแข็งตัวง่าย

·         ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว อาหารที่มีไขมันประเภทนี้อยู่จำนวนมาก เช่น ผลอโวคาโด ถั่ว ผลมะกอก น้ำมันโคโนลา

·         ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น น้ำมันจากเมล็ดพืช อาทิ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันจากถั่วเหลือง น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย

·         ไขมันชนิดพร้อมแปลง สภาพส่วนมากมีอยู่ในมาการีน ซึ่งจะมีทั้งไขมันชนิดอิ่มตัว และไขมันพร้อมแปลงสภาพ อาหารประเภทเบเกอรี่สำเร็จรูป และอาหารทอดประเภทเร่งด่วน เช่น ฮอทดอก เฟรนฟายด์ มักจะพบไขมันประเภทนี้จำนวนมาก

ไขมันทั้ง 4 ชนิดนั้น มีทั้งไขมันที่ดีและไม่ดี ดังนั้นสัดส่วนของพลังงานจากไขมัน ที่ร่างกายควรได้รับแต่ละวัน (20-35%) นั้นควรประกอบด้วยไขมันชนิดอิ่มตัวไม่เกิน 8-10% เพราะเป็นไขมันตัวร้ายที่ทำให้ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดของคุณเพิ่มขึ้น แล้วยังไปลดไขมันชนิดพร้อมแปลงสภาพ (Trans Fats-Hydrogented Oil) ฉะนั้นควรเลือกไขมันจากพืช หรือไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนแทน แต่ไขมันที่ดีที่สุด คือไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งพบมากในถั่วบางชนิด อาทิ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฮาเซลล์นัท ถั่วลิสง ซึ่งมีปริมาณพอๆ กับที่พบในน้ำมันมะกอก อะโวคาโด น้ำมันคาโนลา และน้ำมันจากถั่วชนิดอื่นๆ

ไขมัน ให้พลังงาน 9 แคลอรี่ต่อกรัม

โปรตีน

โปรตีนเป็นอีกแหล่งหนึ่งของพลังงาน และเป็นสารอาหารที่จำเป็นของเซลล์ เนื้อเยื่อต่างๆ ที่ต้องการโปรตีนไปหล่อเลี้ยงชีวิตรวมไปถึงเลือด ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกาย โปรตีนที่เหมาะสมมาจากปลา อาหารทะเล พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์จากนม แม้กระทั่งในผัก ข้าว หรือธัญพืชก็ยังมีโปรตีน แต่ปริมาณไม่มากนัก

โปรตีน ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อกรัม

 

§         การกำหนดแหล่งพลังงานและปริมาณอาหาร

อ่านมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าเรามีพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องของอาหารและพลังงานพอสมควรแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ ลองมากำหนดแหล่งพลังงาน และปริมาณในแต่ละวันของคุณดู

ยกตัวอย่างกรณีของน้องแอน น้องแอนต้องการพลังงาน 2,000 แคลอรี่ในแต่ละวัน กำหนดสัดส่วนพลังงานของร่างกายเป็น 100% ได้รับจากคาร์โบไฮเดรต 40% ไขมัน 30% และ โปรตีนอีก 30%

ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน

= เปอร์เซ็นต์ของสารอาหาร X ความต้องการพลังงานต่อวัน / ปริมาณพลังงานที่ได้ต่อสารอาหาร 1 กรัม

เช่น ถ้าความต้องการพลังงานของร่างกายเป็น 100% ควรได้รับคาร์โบไฮเดรต 40 เมื่อความต้องการพลังงานต่อวันของน้องแอนเท่ากับ 2,000 แคลอรี่ ฉะนั้น ร่างกายของน้องแอนควรได้คาร์โบไฮเดรต

40% X 2,000 = 800 แคลอรี่ เมื่อคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่

น้องแอนก็จะต้องรับประทานคาร์โบไฮเดรตเท่ากับ 800 หารด้วย 4 ก็คือ 200 กรัมต่อวัน

การคำนวณปริมาณของไขมันที่ร่างกายควรได้รับก็เช่นเดียวกัน คือ เอาสัดส่วนไขมัน 30% X พลังงานต่อวัน 2,000 = 600 แคลอรี่ และหารด้วยปริมาณพลังงานจากไขมัน 9 แคลอรี่ต่อกรัม จะได้ปริมาณไขมัน 66 กรัมต่อวัน

สัดส่วนโปรตีน 30% X พลังงานต่อวัน 2,000 = 600 แคลอรี่และหารด้วยปริมาณพลังงานจากโปรตีน 4 แคลอรี่ต่อกรัม จะได้ปริมาณไขมัน 150 กรัมต่อวัน

เมื่อทราบปริมาณสำหรับการรับประทานต่อวันแล้ว คราวนี้ก็มาเลือกอาหารเพื่อรับประทาน

จากข้อมูลดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารจานเดียว 1 จาน ปริมาณประมาณ 500 กรัมต่อจาน ปริมาณพลังงานที่ระบุจะคูณด้วย 5 หากอาหารวันนี้ของน้องแอน เป็นดังนี้

มื้อเช้า งด

มื้อกลางวัน ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว 1 จาน

มื้อเย็น ข้าวคลุกกะปิ 1 จาน

พลังงานที่น้องแอนจะได้รับ จะเป็นตามตารางการคำนวณด้านล่าง

ปริมาณอาหารจานละ 500 กรัม

พลังงาน
(แคลอรี่)

โปรตีน
(กรัม)

ไขมัน
(กรัม)

คาร์โบไฮเดรต
(กรัม)

ข้าวคลุกกะปิ

1045

34.5

41

134

ข้าวราดหน้าไก่ผัดใบกระเพรา

955

28

36.5

126

รวมปริมาณ

2000

62.5 หรือ 12.5%

77.5 หรือ 35%

260 หรือ 52%

ปริมาณที่กำหนดตามสูตร

2000

150 หรือ 30%

66.6 หรือ 30%

200 หรือ 40%

 

จะเห็นได้ว่า อาหารที่น้องแอนกินในวันนี้ให้พลังงานรวม 2,000 แคลอรี่ ซึ่งก็เท่ากับพลังงานที่ใช้ไป ฉะนั้น น้องแอนก็จะไม่อ้วน แต่ไม่รับประกันว่าร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์ดี เพราะสัดส่วนของพลังงานนั้น ไม่สมดุล พลังงานส่วนใหญ่ได้จากคาร์โบไฮเดรตคือ 52% ในขณะเดียวกันพลังงานจากไขมันก็มากเกินไป เพราะได้รับถึง 35% และเป็นไขมันจากน้ำมันที่ไม่ทราบที่มา แม่ค้าอาจใช้น้ำมันหมู รวมทั้งได้รับไขมันจากหนังไก่และเนื้อไก่ในข้าวกระเพรา หรือไขมันจากหมูหวานในข้าวคลุกกะปิ ซึ่งเป็นไขมันชนิดอิ่มตัว และไม่ดีต่อร่างกาย ในขณะเดียวกันพลังงานที่ได้รับจากโปรตีนนั้นน้อยมาก เพียง 12.5% เท่านั้น

น้องแอนจึงควรต้องปรับเปลี่ยนเมนูอาหารประจำวันใหม่ เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารหลากหลายประเภท โดยที่น้องแอนอาจรับประทานข้าวให้น้อยลง เปลี่ยนจากข้าวไก่ผัด เป็นข้าวปลาทอด (ด้วยน้ำมันเมล็ดทานตะวันหรือถั่วเหลือง) ทานพร้อมสลัดผักสดน้ำใส (ใช้น้ำมันมะกอกปรุงกับน้ำส้มแท้) มื้อเย็นอาจเป็นข้าวราดแกงส้มผักรวม เสริมด้วยผลไม้หลังอาหาร ระหว่างมื้อทานเมล็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นอาหารว่าง สัดส่วนของไขมันจะเปลี่ยนไป เป็นไขมันชนิดดีเพิ่มมากขึ้น และปริมาณพลังงานจากโปรตีน จากแหล่งโปรตีนที่ดีจะมีมากขึ้น ในขระที่พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตได้สัดส่วน น้องแอนก็จะหุ่นดี โคเลสเตอรอลไม่สูง ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับงานหนักแบบลุยไหนลุยกัน

ในทางกลับกัน หากน้องแอนเป็นคนช่างรับประทาน อาหารมื้อหนึ่งรับประทานมากกว่าหนึ่งจาน ตบท้ายมื้ออาหารด้วยไอศกรีมหรือของหวานเป็นข้าวเหนียวมะม่วง มื้อเย็นเลิกถ่ายหนังตอน 5 ทุ่ม แวะรับประทานอาหารกับเพื่อนในกองถ่าย สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะทุกอย่างดูน่ากินทั้งนั้น น้องแอนอดไม่ได้ เพราะทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน กินอาหารมื้อเดียวปริมาณรวมกันประมาณ 800-1,000 กรัม แล้วขับรถกลับบ้านเข้านอน อย่างนี้น้องแอนก็จะได้รับพลังงานมากกว่า 2,000 กิโลแคลอรี่อย่างแน่นอน แถมสัดส่วนก็คงจะขาดๆ เกินๆ เพราะไม่ได้ควบคุมเลย อนาคตการเป็นนักแสดงของน้องแอน ก็อาจจะตีบตันลง เพราะความ "อ้วน" เริ่มเข้ามาสกัดดาวรุ่งเสียแล้ว

ส่วนกรณีของคุณกาญจนา ซึ่งชีวิตประจำวันไม่ได้ทำกิจกรรมอะไร คล้ายๆ กับพวกสาวๆ ออฟฟิศที่ทำงานนั่งโต๊ะวันละ 8 ชั่วโมง จะได้ออกกำลังกายก็แค่ขยับนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ พลังงานที่ใช้ก็น้อยนิดแต่กลับมีเรื่องให้ต้องรับประทานเพื่อการสังสรรค์อยู่เรื่อยๆ พลังงานที่รับประทานเข้าไปมากๆ ก็ไม่รู้จะนำออกมาใช้ได้อย่างไร ในเมื่อกิจวัตรประจำวันเป็นอย่างที่กล่าว แค่นึกก็ผวาแล้วกับภาพพลเมืองที่มีขนาดร่างกายเกินพิกัด อยู่เต็มเมืองแบบเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาประสบอยู่ในขณะนี้

ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเสียใหม่ ด้วยการหยิบกระดาษปากกาขึ้นมา ประเมินตัวเองว่าหนึ่งวันควรใช้พลังงานเท่าไหร่ กำหนดที่มาของแหล่งพลังงานแล้วคำนวณดูว่า อาหารในแต่ละวันทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ แล้วกำหนดอาหารใน 7 วันอย่างเหมาะสม พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด (ขอย้ำให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด) อ้อ! อย่าลืมแบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังการเช้า-เย็น วันละ 30 นาที ก่อนไปทำงาน และก่อนนอน เท่านี้ก็ไกลห่างความอ้วนออกไปทุกทีแล้ว

ว่าแต่…คุณได้คำตอบหรือยังว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้ (คุณ) อ้วน ถ้าไม่แน่ใจในคำตอบ ขยับสายตาขึ้นไปอ่านคำในวงเล็บอีกครั้งสิ

 

 

[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2546 ]




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com