งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

ยาสมุนไพรแก้โรคกระเพาะ
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : เสมียน จ.ปัตตานี งานพิเศษรายว้น วุฒิ ม.3ในภูเก็ตขายของ event สุขุมวิท20 แม่บ้าน บางโฉลง ธุระการ คอมพิวเตอร์ กุ๊กเขาใหญ่วังน้ำเขียว หนี้สิน TMB orbit ออกบูธ parttime รฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝร‘ยดรฏยฟยฝรฏยฟยฝรƒยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝ พนักงานสแกนเอกสาร (ประจำสาขา สวนหลวง สีลม ) หางานเงินเดือน 17000กรุงเทพ นักเคม่ นักจิตวทยา บัญชี ที่มาบตาพุด เกรียตินาคินลิสซิ่ง คนติดตาม โตโยต้าชลบุรี อมตะนคร ต้องการงานประจำรายได้9000 งาน จ. ศรีสะเกษ หางานบัญชีแถวร่มเกล้า วังหินล้าดพร้าว แม่บ้านโรงแรมในบางเทา งานที่รับ จ-ศ พนักงาน Pc ขายมือถือ ปวส หางาน กิ่งแก้ว ลาซาล105แบริ่ง107 พนักงานpcโลตัสพัทยา %CD%C1%B5%D0%B9%A4%C3%AA%C5%BA%D8%C3%D5 นครศรีธ แขวงฉิมพลี ช่างเคเบิ้ล BMC blackberry ธุรการถนนรังสิต-นครนายก Assistant Manage พนักงานขายทอง งานมีนบุรี พนักงานประจำงามวงศ์วาน งานสำหรับวุฒิ ม.6 ชลบุรี งานบริษัททัวร์ สายใต้ สมัครงานอยุธยา2557 ธุรการแถงกรุงเทพกรีฑา คนขับรถ ตู้ สมัครงานบ.วิริยะ เจ้าหน้าที่บุคคล นครราชสรีมา วุฒิปวส สงขลา หางานบุรีรัมย์ โรงงานนวนคร งานธุรการ

  เรื่อง Clostridium Botulinum จากเชื้อโรคร้ายสู่วงการความงาม
  เขียนโดย อายุกร ขุนเนียม
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย อายุกร ขุนเนียม
Rated: 
by 17 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



Clostridium  botulinum

จากเชื้อโรคร้าย..สู่วงการความงาม

 

ข่าวน่าสนใจในรอบเดือนสองเดือนนี้ที่รองจากข่าวการเมือง คงจะหนีไม่พ้นกับข่าว  อันตรายจากการกินหน่อไม้ปี๊บ  น่าสังสัยไหมว่าเจ้าหน่อไม้ปี๊บที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งคนรุ่นปู่ย่าตายายเรากินกันมานานนับสิบๆ ปี ทำไมจึงกลายเป็นอาหารอันตรายไปซะได้  Feature ฉบับนี้จะพาท่านไปค้นหาคำตอบเรื่องนี้กันค่ะ

                ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้ปี๊บ หรือแม้กระทั่งผัก,ผลไม้กระป๋องที่คุณคิดว่าปลอดภัย แต่แท้ที่จริงแล้วอาหารกระป๋องเหล่านั้นล้วนสามารถเกิดความเป็นพิษขึ้นได้ หากมีขั้นตอนการผลิตที่ไม่สะอาดและไม่ถูกต้อง คือจะก่อให้เกิดอาการป่วยที่เรียกว่า “โบทูลิซึ่ม (botulism)”  ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum แบคทีเรียที่สร้างสปอร์ สามารถเจริญได้ในที่ๆ ไม่มีอากาศ (ออกซิเจน) โดยเฉพาะในช่วงอุณหภูมิปานกลาง และเจริญได้ในอาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ (อาหารที่มีค่า pH สูงกว่า 4.6 และมีน้ำอิสระที่ไม่ได้จับอยู่กับตัวถูกละลายสูงกว่า 0.85) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องทั้งหลายจึงถือว่าแบคทีเรีย  Clostridium botulinum นี้เป็นตัวที่ใช้วัดความปลอดภัยในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋อง โดยต้องทำลายเชื้อนี้ไม่ให้มีเหลือปนเปื้อนอยู่ในอาหาร เนื่องจากมันสามารถจะผลิตสารพิษที่ร้ายแรงมาก ผู้ที่บริโภคเข้าไปอาจได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  ดังนั้นก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum กันก่อนนะคะ

Clostridium botulinum ( C. botulinum ) มีด้วยกัน 7 ชนิด คือ type A, B, C, D, E, F และ G โดยชนิดที่เป็นพิษต่อคนได้แก่ type A, B, E และ F แต่ชนิดที่เป็นพิษมากที่สุดคือ type E ส่วน type A นั้นจะมีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีนได้ ที่สำคัญสปอร์ของมันสามารถทนต่ออุณหภูมิที่ 100 องศาเซลเซียส ได้นานถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งสปอร์ของมันสามารถพบได้ทั่วไปทั้งในดินที่เป็นแหล่งอาศัยที่ดีของเชื้อนี้ นอกจากนี้ยังพบตามชายฝั่ง น้ำทะเล บ่อปลา และระบบทางเดินอาหารของปลาและสัตว์ ฉะนั้นวัตถุดิบที่นำมาจากทะเลหรือพืชผักสดๆ ที่มาจากไร่สวน ก็มีโอกาสที่จะปนเปื้อนเชื้อนี้ได้

อย่างกรณีหน่อไม้ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำหน่อไม้ปี๊บ อาจมีการปนเปื้อนด้วยสปอร์ของเชื้อ C. botulinum และในขั้นตอนการผลิตที่ให้ความร้อนไม่ทั่วถึง ทำให้ไม่สามารถทำลายสปอร์ของเชื้อ C. botulinum ได้ อีกทั้งการต้มไล่อากาศออกจากปี๊บหลังจากทำการปิดปี๊บจะทำให้สภาวะภายในอยู่ในสภาพขาดออกซิเจน ซึ่งเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสปอร์และกลายเป็นเซลล์ที่มีชีวิตสร้างสารพิษโบทูลินั่ม (Botulinum toxin) ซึ่งเป็นสารพิษที่มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท หากบริโภคอาหารที่มีสารพิษชนิดนี้ปนเปื้อนเพียง 1 ไมโครกรัม จะทำให้เกิดอาการป่วยที่เรียกว่า “โบทูลิซึ่ม (botulism)” ซึ่งจะมีความร้ายแรงมาก ทำให้ผู้ที่บริโภคเข้าไปเกิดอาการได้ภายใน 12 - 36 ชั่วโมง โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง ปวดหัว หน้ามืด ตาพร่าเห็นภาพซ้อน กลืนอาหารลำบาก พูดไม่ออก ปากและคอแห้ง เป็นอัมพาต และจะเสียชีวิตภายใน 3 - 6 วัน  สารพิษจากเชื้อนี้ในปริมาณเพียง 1 มิลลิกรัมสามารถทำลายชีวิตคนได้ถึง 5 แสนคน เพราะเมื่อร่างกายเราได้รับสารพิษโบทูลินั่มเข้าไป สารพิษนี้จะถูกดูดซึมจากผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดและระบบประสาทจึงก่อให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น

โดยทั่วไป อาหารที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท เช่น อาหารกระป๋อง อาหารในขวดแก้ว รวมทั้งหน่อไม้ปี๊บที่ผลิตอย่างไม่มีมาตรฐานมักมีความเป็นกรดต่ำ ทำให้ยากต่อการฆ่าเชื้อโรค จึงมีหลายหน่วยงานออกมาแนะนำถึงวิธีการผลิตหน่อไม้ปี๊บเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ด้วยการต้มหน่อไม้ให้สุกก่อนบรรจุลงปี๊บ ซึ่งความร้อนที่ใช้ในการฆ่าเชื้อ C. botulinum ต้องสูงเกินกว่าจุดเดือดของน้ำมากๆ (สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส) และต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร  และอีกวิธีหนึ่งคือให้เติมน้ำที่มีส่วนผสมของ “กรดซิตริก หรือกรดมะนาว” ลงในหน่อไม้ปี๊บด้วยสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถฆ่าเชื้อในหน่อไม้ปี๊บด้วยวิธีการต้มที่อุณหภูมิน้ำเดือดธรรมดา

อาหารที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการปนเปื้อนเชื้อ C. botulinum ได้แก่ อาหารหมักดองที่ชาวบ้านทำกันเอง เช่น หน่อไม้ , ผัก - ผลไม้แช่อิ่ม ซึ่งจำเป็นต้องใส่ภาชนะปิดไว้นานหลายวัน อาหารกระป๋องที่บวม บุบ หรือมีสนิม ซึ่งโอกาสที่จะพบเชื้อชนิดนี้ในอาหารกระป๋องเหล่านั้นมีค่อนข้างมาก แต่อย่างเพิ่งกลัวและกังวลกันมากเกินไปนะคะ เพราะปัจจุบันมีแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ C. botulinum เข้าไปในร่างกายได้แล้ว ด้วยการใช้ “ไตรวาเลนท์ แอนตี้ท็อกซิน” (Trivalent Antitoxin) ซึ่งเป็นยารักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โดยนิยมให้ทางหลอดเลือดและกล้ามเนื้อ เพราะยาจะเข้าไปทำปฏิกิริยาได้เร็ว แต่จำเป็นต้องมีการตรวจเลือดหาสารพิษจากแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนจึงจะสามารถจ่ายยาให้ได้ และที่สำคัญการดูแลผู้ป่วยในห้องไอซียูเพื่อแก้ไขภาวะการหายใจล้มเหลว อันเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการช่วยชีวิตผู้ได้รับสารพิษชนิดนี้

แม้สารพิษโบทูลินั่มจะมีความร้ายแรงมากก็ตาม แต่เราก็สามารถป้องกันการรับเชื้อนี้เข้าไปในร่างกายได้ เช่น สารพิษของ C. botulinum type A และ B จะถูกทำลายได้ที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค แนะนำว่าอาหารกระป๋องหรืออัดปี๊บก่อนรับประทานควรนำไปอุ่นให้เดือดก่อนประมาณ 15 นาที ก็จะช่วยลดโอกาสการได้รับสารพิษนี้ได้แล้ว

               

ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งของเชื้อแบคทีเรีย  C. botulinum และสารพิษโบทูลินั่ม (Botulinum toxin) เท่านั้น ซึ่งดูจะไม่ยุติธรรมนักหากเราพูดถึงมันในแง่ร้ายเพียงอย่างเดียว เพราะมันยังมีประโยชน์ในแง่อื่น มีข้อดีที่น่าสนใจต่อวงการความงาม  จึงมาดูกันเถอะว่าเชื้อแบคทีเรีย C. botulinum มีประโยชน์อย่างไร

 

ได้ยินข่าวว่าเชื้อแบคทีเรีย C. botulinum ในหน่อไม้ปี๊บที่มีคนกินเข้าไปแล้วเกิดหายใจไม่ออก ปวดท้อง อาเจียนกันอย่างหนัก ก็สะกิดใจไม่น้อย เพราะเจ้าเชื้อตัวการที่ว่านี้ดันไปมีชื่อเหมือนกันกับเชื้อในสารที่ใช้ฉีดเพื่อลดริ้วรอย หรือที่ในวงการความสวยความงามรู้จักกันดีในชื่อของการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ด้วยล่ะซิ

 

ที่สำคัญอยากจะบอกว่าเชื้อแบคทีเรีย  C. botulinum ในหน่อไม้ปี๊บ กับ C. botulinum type A เป็นเชื้อตัวเดียวกันแน่นอน ฟังแล้วอย่าเพิ่งตกใจ มาดูข้อมูลเหล่านี้กันก่อน

 

ย้อนไปเมื่อปี 1920 ได้มีการแยกโบทูลินุ่ม ท็อกซิน ไทป์ เอ ออกมาจากเชื้อแบคทีเรียได้เป็นครั้งแรก เพื่อนำมาทดสอบหาปฏิกิริยา ซึ่งจากผลการทดสอบในครั้งนั้นพบว่าหากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเกินไปแล้ว ก็จะออกฤทธิ์เข้าไปหยุดการหลั่งของสารสื่อประสาทตัวหนึ่งในร่างกายเราชื่อว่า Acetylcholine ที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ได้รับสารพิษเกิดการหดตัว

การออกฤทธิ์ของเชื้อแบคทีเรีย (C. botulinum) ส่งผลทางตรงต่อร่างกาย ทั้งนี้เนื่องจากในร่างกายของเรามีสารสื่อประสาท Acetylcholine ซึ่งมีจุดที่รับสัมผัสปลายประสาทที่ไวมาก จะออกฤทธิ์โดยการป้องกันกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากเส้นประสาทส่งไปยังกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย  หากว่าร่างกายได้รับปริมาณสารดังกล่าวมากเกินไป ก็จะทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายทำงานไม่ได้ หรือทำได้ไม่สมบูรณ์ อย่างกรณีที่คนไข้ที่ได้รับสารพิษจากการกินหน่อไม่ปี๊บมีอาการหายใจเองไม่ได้  นั่นก็เนื่องจากว่ากล้ามเนื้อกระบังลมหยุดการทำงาน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจพยุงอาการเข้าช่วย

แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไปค่ะ เพราะถึงแม้ว่าสารตัวดังกล่าวจะมีที่มาจากที่เดียวกัน และมีการออกฤทธิ์ที่รุนแรงที่สามารถทำให้ผู้รับสารตัวดังกล่าวเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ในกระบวนการก่อนที่จะมาเป็นBotox บรรจุขวดนั้น ได้มีการทดสอบเพื่อยืนยันความปลอดภัย และผลของการรักษามาแล้ว อีกทั้งยังเป็น Botulinum toxin ชนิดเดียวที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ทางด้าน cosmetic

ในขั้นตอนกระบวนการสกัดจากเชื้อแบคทีเรีย (C. botulinum)  นั้นเป็นการแยกเชื้อแบคทีเรียสารประกอบเชิงซ้อนจากโปรตีนธรรมชาติบริสุทธิ์ซึ่งได้จากเชื้อ Botulinum toxin type A ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน เมื่อได้เชื้อตัวนี้มาแล้ว ทีมงานวิจัยก็จะต้องนำเชื้อดังกล่าวมาคัดแยกเอาเฉพาะส่วนที่ออกฤทธิ์ แล้วก็เอาส่วนที่ไม่ได้ใช้ หรือที่ทำให้เกิดพิษออกไป

ส่วนที่ออกฤทธิ์ที่ว่านี้นั่นก็คือ   โบทูลินุ่ม ท็อกซินนั่นเอง นำมาผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อให้เกิดบริสุทธิ์ รวมทั้งได้มีการยับยั้งไม่ให้เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเจริญเติบโตแพร่ลูกแพร่หลานเหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้นในหน่อไม้ปี๊บมาแล้ว

ซึ่งในขณะที่สารBotoxที่บรรจุในขวดที่ในปัจจุบันใช้กันมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ที่ผ่านการควบคุมคุณภาพตาม   มาตรฐาน GMP และผ่านกระบวนการที่ทำให้บริสุทธิ์มาแล้ว ในแต่ละขวดของโบท็อกได้ผ่านการนำไปทดสอบกับหนูทดลอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใช้ปริมาณหนึ่ง ยูนิต ซึ่งหมายถึงจำนวนของนาโนกรัมที่ใช้ทดสอบ ก็จะมีการควบคุมคุณภาพที่ได้มาตราฐานเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้าง แล้วจึงได้มีการนำมาทดสอบและศึกษาต่อในคน

เชื้อ Botulinum toxin type A เมื่อนำมาสกัดให้ออกมาในรูปของสาร Botox แล้ว จะออกฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งหากนำมาใช้ในด้านความสวยความงาม ฉีดเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณด้วยแล้ว ก็จะออกฤทธิ์ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอยคลายตัวลง ที่ในปัจจุบันได้มีการนำ Botox มาปรับแต่งแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนต่างๆ ของใบหน้าและส่วนต่างๆของร่างกายให้ดูดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นรอยย่นบริเวณดั้งจมูก ปลายจมูกที่บานออกก็สามารถฉีดให้ดูแคบลงได้ หรือยกปลายจมูกให้ตั้งขึ้น การปรับความโค้งของคิ้วในรูปแบบต่างๆ

สารนี้จะออกฤทธิ์ ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด และในการฉีดครั้งแรกจะอยู่ได้นาน 3-4 เดือน  และหากต้องการที่จะให้อยู่ได้นานกว่านั้น ก็จะต้องการฉีดต่อไปอีก ซึ่งหลังจากที่ฉีดสารBotoxไปแล้ว ในส่วนที่ฉีดก็จะคงสภาพอยู่อย่างนั้น ซึ่งอาจอยู่ได้นานถึง  8-9 เดือนหลังการฉีดครั้งที่ 3-4 ไปแล้วเลยทีเดียว

ในด้านการนำ Botox มาใช้ทางการแพทย์นั้นก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย การได้รับ toxin ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ ก็จะมีสรรพคุณใช้เป็นยาได้อย่างปลอดภัย ใช้ในการรักษาอาการตาเหล่ ตาเข กล้ามเนื้อบริเวณ ใบหน้าและหนังตาหดเกร็ง หรืออาการใบหน้าบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งอันเนื่องมาจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ โดยที่เจ้า toxinตัวนี้ จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาท ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวหดเกร็ง หรือเคลื่อนไหวผิดปกติ ก็จะยับยั้งให้กล้ามเนื้อนั้นคลายตัวกลับสู่สภาพเป็นปกติมากขึ้น ความเจ็บปวดจากการเกร็งตัวก็จะลดลงไปด้วย

ในขณะที่ความเข้มข้นในการนำ Botox มาใช้ของคนเอเชียกับคนยุโรปก็จะแตกต่างกันด้วย ซึ่งตรงนี้ไม่สามารถวัดออกมาเป็นปริมาณที่แน่นอนได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ที่ใช้ด้วย ที่สามารถกะปริมาณความแตกต่างของสภาพผิว หรือลักษณะของความผิดปกติที่แต่ละคนมีกับสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งความน่าเชื่อถือของแพทย์ และสถานบริการสำคัญมากไม่ยิ่งหย่อยไปกว่ากัน

หากคุณกำลังตัดสินใจแต่ยังกังวลเรื่องสารพิษที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียClostridium Botulinum แล้วล่ะก็ หายห่วงได้เลยค่ะ  เพราะ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อเชื้อได้ลงไปอยู่ในขวดแล้วจะไม่มีการแบ่งตัวออกลูกออกหลานเหมือนในหน่อไม้ปี๊บแน่ๆ  มั่นใจกันขึ้นมาบ้างแล้วนะคะ และที่สำคัญปริมาณ Botox แท้ ๆ (ขอย้ำนะคะว่าของแท้เท่านั้น) ที่ฉีดแล้วสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้นั้น จะต้องใช้ในประมาณถึง 3,000-4,000 ยูนิต เลยทีเดียว ซึ่งตามหลักความจริงแล้วถึงอยากจะสวยมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีแพทย์ท่านไหนฉีดให้ในปริมาณมาเท่านี้เป็นแน่

เห็นไหมล่ะคะว่าทุกอย่างมีทั้งด้านดี และด้านที่ไม่ดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์หรือเกิดโทษมากกว่ากัน เช่นเดียวกับเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ถ้าหากเรารู้จักนำมาใช้อย่างถูกวิธีแล้ว มันก็จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากทั้งในด้านการแพทย์ และความสวยความงาม แต่ถ้าหากนำมาใช้ในทางที่ผิดมันก็จะเกิดโทษมหันต์อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยก็ได้ค่ะ

 

ขอขอบคุณ    :    

  • ห้องสมุดสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • สมาคมศัลยกรรมพลาสติกเพื่อความงามระหว่างประเทศ: www.isaps.org  The American Society for Aesthetic Plastic Surgery (ASAPS)
  • คุณ รัตนา เชียวพานิชย์ ภบ.,ภม. Allergan





ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com