งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

ประวัติความเป็นมาของเครื่องยนต์
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : สันธิญา คำครบุรี งานธรุการ หางาน บางขุนเทียน พระราม 2 พนักงานเสริฟ นครราชสีมา clay ร้านเซเว่นเซน ผู้จัดการฝึกหัด เชียงใหม่ ขับรถแถวลำลูกกา โรงเรียน จังหวัด สมุทรปราการ ชิปปิ้งเดินพิธีการศุลการกร lavana sa ชลบุรี บางกะปิ ช่างเทคนิค งานธุรการสะแกงาม งานร้านขายยาหาดใหญ่ ดินแดง ห้วยขวาง พระราม9 พนักงานขายพีซี พนักงานบัญชี เสมียน ธุรการ ม.6 พี่เลี้ยงเด็ก กทม สมัคร รปภ พนักงานประสานงานขาย จ.นครปฐม งานเขตประเวศรามคำแหง2 วุฒิ ม.6 จังหวัดปัตตานี สวีเดน พนักงานเสริฟ+สุวรรณภูมิ บุคคลนนทบุรี เจ้าหน้าที่ธุรการแถวกรุงเทพ-นน pack งานในห้างเซ็ลทรัลพระราม2 เซ็นทรัลพระราม3 วุฒิ ม.6 นิคมบางชัน เร่งรัดหนี้สิน ชลบุรี cpfoodmarket ไทคาเนตะ ตำแหน่งงานว่าเขตบางนา เหมากลึง callcenter outbound พนักงานเติมก๊าซ หางานแถวบางนา พนักงานบัญชีซัมมิท ธุรการ ในตรัง พนักงานขาย ลาดพร้าว 71 commart ริเร่ม งานว่าง จ. ลำปาง cat สระบุรี ขาย/ส่งเสริมการขาย ยะลา ไม่มีวุฒิการศึกษา เชียงใหม่ พริตตตี้ mc PC

  เรื่อง คุณลักษณะของผู้สอนและแนะนำงานที่พึงประสงค์
  เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
Rated: 
by 2 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



คุณลักษณะของผู้สอนและแนะนำงานที่พึงประสงค์[๑]

 

 

        มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วไม่หมดคุณค่าแต่ยิ่งใช้ยิ่งจะมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะตราบใดที่ยังมีชีวิตศักยภาพของมนุษย์จะไม่มีวันหยุดนิ่ง แต่จะมีมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างของบุคคล (ปัจเจกบุคคล) โดยเฉพาะในเรื่องของวิถีแห่งความคิดของแต่ละบุคคล มุมมองการใช้ชีวิต ภูมิหลังของบุคคล ได้แก่ การเลี้ยงดู พันธุกรรมทางผู้ให้กำเนิด ฯลฯ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กร จึงถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลักการบริหารจัดการเพื่อให้องค์กรเกิดความเข้มแข็ง สง่างามในทุกมุมมอง เป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร  การศึกษา / ฝึกอบรมเป็นเครื่องมือที่หลายองค์กรนำมาใช้ในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้มีความถูกต้องอย่างเหมาะสมตามเหตุตามปัจจัย ทั้งนี้เพราะการศึกษา / ฝึกอบรมจะทำให้มนุษย์มีวิถีแห่งความคิดที่เหมาะที่ควรกับความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลไปสู่มุมมองและการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างเหมาะสมด้วย ถ้าพิจารณาดูจะเห็นได้ว่ามนุษย์เรานั้นมีการศึกษาเรียนรู้ที่ยาวนานตลอดช่วงชีวิตการ นับตั้งแต่การถือกำเนิดบนโลกนี้ มนุษย์ก็เริ่มใช้การศึกษาจากธรรมชาติรอบข้าง เช่น ความจำ การเลียนแบบ การเปรียบเทียบ เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ และเมื่อมีความพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษาก็จะมีการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมทำมาหาเลี้ยงชีพ จนก้าวเข้าสู่ช่วงวัยทำงานก็ยังคงต้องศึกษาเรียนรู้ในอาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพในความเป็นมนุษย์ต่อไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

กระบวนการศึกษา / ฝึกอบรม เปรียบเสมือนเป็นเฟืองจักรต้นกำลังที่สำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับองค์กร แต่ในการขับเคลื่อนนั้นจำเป็นที่จะต้องส่งถ่ายกำลังผ่านให้กับเฟืองสะพานต่ออีกทอดหนึ่งซึ่งเฟืองสะพานนั้นเปรียบเสมือน ตัวผู้สอนและแนะนำงานนั่นเอง ดังนั้นเฟืองจักรต้นกำลังจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประสิทธิผลได้นั้นจำเป็นจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับเฟืองสะพานเป็นอย่างดีด้วย

ผู้สอนและแนะนำงานมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะส่งเสริมให้กระบวนการศึกษา / ฝึกอบรมมีความสมบูรณ์พร้อม แต่ในวิถีไทยนั้นมีปัจจัยหลายๆอย่างที่ไม่ช่วยส่งเสริมกระบวนการศึกษา / ฝึกอบรม ให้เกิดความสมบูรณ์ เช่น ความไม่เข้าใจในกระบวนการพัฒนาคนอย่างชัดเจนและดีพอ , การปฏิบัติตามกันเป็นค่านิยม / ความเชื่อ ที่ไร้ซึ่งข้อเท็จจริง หรือสิ่งที่เป็นจริง , หรือทำแบบเสียมิได้ , การให้ความสำคัญต่อผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด เป็นต้น หลายคนมีความคิดและความเชื่อว่า ผู้สอนและแนะนำงาน ก็คือผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญก็คือ ผู้ที่มีความสำเร็จในสาขาอาชีพนั้นๆ  หรือมีคุณวุฒิที่บ่งชี้โดยตรงในสาขาอาชีพนั้นๆ  ขายความคิดและประสบการณ์ต่างๆของตนเองให้ผู้อื่นเกิด ความเชื่อ โดยไม่ผ่านกระบวนการใช้วิจารณญาณของบุคคล ยกทฤษฎีหลักการ (ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในวิถีไทย) ขึ้นมาอ้างเพื่อเป็นการตีกรอบผู้เรียน ทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกิดอิสระทางความคิด การสอนจะเป็นไปในรูปแบบป้อนความเชื่อเพียงอย่างเดียว เมื่ครบตามกำหนดเวลาที่ฝึกอบรมก็อนุมานเอาเองว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมผ่านการฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างเต็มเปี่ยม

ความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด นอกจากจะไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ของมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว ยังจะส่งผลเสียที่ร้ายแรงตามมา อันได้แก่ การสร้างค่านิยม แนวความคิด ความเชื่อ (กรอบแนวคิดของบุคคล) ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และเกิดเป็นการกระทำที่ส่งผลไปยังพฤติกรรมที่นำไปสู่การสร้างนิสัยที่ถาวรของบุคคล แต่สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมนี้ถ้าได้ถูกยึดมาเป็นแนวทางปฏิบัติของคนหมู่มาก และทำไปจนเกิดความเคยชิน ก็จะกลับกลายเป็นความถูกต้องและเหมาะสมในบริบทนั้นไปได้โดยคนที่อยู่ในบริบทนั้นจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ ถึงแม้ว่าบุคคลหมู่นั้นจะมีความรู้ ความสามารถดีแค่ไหนก็ตาม ทั้งนี้เพราะ คนในบริบทนั้นจะมองแต่สิ่งที่ดีของการกระทำที่เคยชินนั้น และไม่พยายามจะรับรู้สิ่งที่ไม่ดีที่เกิดจากการกระทำที่เคยชินนั้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้นักจิตวิทยาเรียกว่า “การหาเหตุผลเพื่อให้การกระทำดูเหมาะสม” (Justification)  เกิดการ เห็นผิดเป็นชอบในตัวบุคคลได้ สอดคล้องกับหลักการและทฤษฎีที่มีชื่อว่า “การขัดแย้งกันทางการคิด” (Cognitive Dissonance Theory)[๒] ซึ่งเป็นทฤษฎีทางจิตวิทยาสังคม ที่กล่าวไว้ว่า “มนุษย์เรามีแรงจูงใจที่จะรักษาดุลยภาพในตัวเองมิให้เสียไป เมื่อใดที่เสียดุลยภาพมนุษย์จะเครียด (Stress) การเสียสมดุลเกิดจากการคิดที่ไม่สอดคล้องกันใน”เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นก็คือ ผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอดต้องมี “ความเชี่ยวชาญ” ในสาขาอาชีพนั้นๆ (ความคิดเห็นที่๑) ต้องสอดคล้องกับ การทำให้ผู้เข้าฝึกอบรมมีความรู้ ความสามารถที่ดีตามไปด้วย ทำให้กระบวนการฝึกอบรมเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล (ความคิดเห็นที่๒) ดังนั้นหลังการฝึกอบรมแล้วพบว่าไม่ได้ผลไปตามที่ได้คาดหวังไว้ มนุษย์จะเกิดความเครียดมาก จึงเกิดแรงจูงใจในตนเองที่จะป้องกันความไม่สอดคล้องกันของการคิด ด้วยการไม่รับรู้ข้อมูลที่ไม่ดีนั้นเสียเลย จะได้ไม่ต้องคิดมาก หรือไม่ก็พยายามหาข้อมูลด้านดีๆของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นให้มากขึ้น จะได้สอดคล้องกับความคิดที่ ๑ และ ๒ ทำให้เกิดดุลยภาพทางความคิด เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด ข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวมานั้นจึงเป็นเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดการ “เห็นผิดเป็นชอบ” นั่นเอง

ขั้นการเรียนรู้สู่การเกิดพฤติกรรมของมนุษย์

      การเรียนรู้ด้วยวิธีการใดๆก็ตามผู้ที่เกิดการเรียนรู้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ๓ ด้านหลักๆ คือ[๓]

๑.           ด้านพุทธิศึกษา (Cognitive Domain) มุ่งเน้นการเกิดความรู้ และ

ความคิดสามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้

๒.          ด้านจริยศึกษา (Affective Domain) มุ่งปลูกฝังเจตคติและค่านิยม

๓.           ด้านทักษะศึกษา (Psychomotor Domain) มุ่งสร้างความสามารถในการปฏิบัติ หรือการกระทำอย่างมีประสิทธิภาพ

ตามหลักของพฤติกรรมศาสตร์ การเกิดพฤติกรรมของคนเรานั้น มีเหตุและปัจจัยอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งการพัฒนาตนเองของมนุษย์อย่างสมบูรณ์นั้นจำเป็นจะต้องเริ่มต้นตามขั้นตอน ซึ่งจะอธิบายให้เกิดความเข้าใจอย่างง่ายๆ ดังนี้[๔]

            ขั้นการจดจำจากการรับรู้

                        เพราะมนุษย์มีอุปกรณ์ในการเรียนรู้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารนำไปใช้ได้อย่างหลากหลายหน้าที่ ประกอบด้วย ตา สำหรับสื่อด้วยภาพ , หู สำหรับสื่อด้วยเสียง, จมูก สำหรับสื่อด้วยกลิ่น , ลิ้น สำหรับสื่อด้วยรสชาติ , มือ สำหรับสื่อด้วยการสัมผัส สัมผัสทั้งห้านี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณการรับรู้เข้าสู่สมอง เพื่อประมวลผลและหาคำตอบว่า สิ่งนั้นคืออะไร สิ่งนี้คืออะไร และเมื่อสมองของมนุษย์ได้รับรู้แล้วแม้แต่เพียงครั้งแรกครั้งเดียว ก็สามารถที่จะเก็บข้อมูลการรับรู้นี้ไว้อย่างยาวนานเพียงแต่ว่าจะเรียงลำดับข้อมูลการรับรู้ไว้ เปรียบเสมือนกับเก็บเอกสารไว้ในลิ้นชักเอกสารเก่าๆก็จะอยู่ชั้นล่างๆ เอกสารมาใหม่ก็จะอยู่ชั้นบน ไม่ได้หายไปไหนเพียงแต่ว่าถ้าเราไม่ค่อยได้ใช้เราก็จะต้องใช้เวลาค้นหามาก แต่ถ้าเอกสารที่เรานำมาใช้บ่อยเราก็จะรู้และหามันได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นคนที่ความจำดีจะได้เปรียบมากในการรับข้อมูลแต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ดีในขั้นต่อไป

            ขั้นการสร้างองค์ความรู้

                        องค์ความรู้เกิดจากผู้รับข้อมูล มิใช่ผู้ส่งข้อมูล แต่ผู้ส่งข้อมูลจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้รับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้องเหมาะสม ขั้นตอนนี้จะต้องนำข้อมูลที่ได้รับมาผ่านกระบวนการในการใช้ศักยภาพทางความคิดอย่างหลากหลาย จนถึงในระดับที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในข้อมูลที่ได้รับมาระดับหนึ่งสำหรับนำไปใช้ในขั้นต่อไป

            ขั้นการฝึกฝนจนเกิดเป็นทักษะ

                        ขั้นนี้ในทางวิทยาศาสตร์จะเรียกว่าขั้นทดลองตามสมมติฐาน สมมติฐานที่ได้จากการสร้างองค์ความรู้แล้วจะถูกนำมาใช้ลงมือปฏิบัติ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นไปตามสมมติฐานหรือไม่ จะยอมรับ หรือ ปฏิเสธ สมมติฐานนั้น ถ้ายอมรับองค์ความรู้นั้นแนวโน้มของเราจะยึดวิธีการนั้นไว้ต่อไปจนกว่าจะได้วิธีการจากองค์ความรู้ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในขั้นตอนนี้จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในข้อมูลที่ได้รับมาจากขั้นที่1 มากยิ่งขึ้น และจะมีส่วนในการเสริมสร้างขั้นต่อไป

            ขั้นการปรับเจตคติ

                        เจตคติ เป็นผลรวมของ ทัศนคติและจิตสำนึกของมนุษย์ ที่มีความเชื่อมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ตนเองได้ลงมือปฏิบัติจนเกิดมรรคผลขึ้น เจตคติจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกรอบความคิดของบุคคล ที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างกันทางความคิด

            ขั้นการเกิดค่านิยมและความเชื่อ

                        ค่านิยม และความเชื่อที่เกิดขึ้นด้วยเหตุด้วยผล เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิดพฤติกรรมของมนุษย์มากที่สุด เราอาจเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “คนเราเชื่ออย่างไร ก็จะทำอย่างนั้น” ทำไปจนกว่าจะมีเหตุการณ์มาทำให้เกิดความไม่มั่นใจในความเชื่อนั้นและจะวกกลับไปสู่ขั้นการจดจำจากการรับรู้ใหม่ แต่ถ้าทำแล้วปรากฏว่าได้ผลสมความปรารถนา ความต้องการ ก็จะยิ่งเชื่อมากขึ้นจนเกิดความศรัทธา เลื่อมใส (ไม่ใช่ความหลงไหล งมงาย ตามกิเลสตัณหา)

            ขั้นการแสดงออกซึ่งพฤติกรรม

                        พฤติกรรม คือการกระทำที่แสดงออกด้วยความถี่อย่างสม่ำเสมอสำหรับบุคคล ในที่นี้จะหมายถึงพฤติกรรมที่เกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่สมบูรณ์ตามรายละเอียดที่ได้นำเสนอไป พฤติกรรมของบุคคลเป็นเรื่องที่จะต้องอาศัยเวลาและความละเอียดรอบคอบในการศึกษาประเมิน โดยปราศจากอคติและเงื่อนไขใดๆ ทั้งนี้เพราะการวางเงื่อนไขจะเป็นสิ่งเร้าหรือจูงใจ ทำให้เกิดการตอบสนองที่จะได้มาโดยไม่ได้แสดงพฤติกรรมที่แท้จริงออกมา แต่จะเป็นแค่การกระทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลังจากบรรลุเป้าหมายแล้วก็ไม่พึงประสงค์ที่จะแสดงออกอย่างนั้นอีก หรือถ้าไม่มีสิ่งเร้า ก็จะไม่เป็นอย่างนั้นอีก

บทบาทหน้าที่ของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด

บทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด ไม่ควรหลงไปกับสถานะและบทบาทของผู้เชี่ยวชาญในสาขางานเพียงอย่างเดียว เพราะสถานะและบทบาทที่สำคัญของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด ที่ต้องทำความตระหนักให้มากๆนั่นคือ ผู้ที่ช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกิดการเรียนรู้ เนื่องจากกระบวนการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่จะต้องศึกษาหาคำตอบจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจริง ศึกษาจนเกิดความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม สิ่งนี้คือการศึกษาอย่างแท้จริง การเรียนรู้ต้องเป็นการเรียนรู้แบบไม่มีคำตอบสำเร็จรูปให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม แต่คำตอบนั้นจะเกิดจากการที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมใช้ความคิด วิเคราะห์ และอาจจะต้องลงมือทดลอง ทดสอบ เพื่อหาความเชื่อมั่นในข้อมูล และสังเคราะห์ความรู้เฉพาะตนขึ้นมา[๕]  ดังนั้นบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอดนั้น เป็นเพียงผู้คอยจัดเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม กระตุ้นให้เกิดความสนใจที่จะศึกษาหาคำตอบจากความเป็นจริง โดยใช้ความคิดอย่างเป็นอิสระของบุคคล ทดลอง ทดสอบ วิเคราะห์ เพื่อหาความเชื่อมั่นในองค์ความรู้ที่ตนเองสร้างขึ้น และท้ายที่สุดผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด จะต้องมีความสามารถในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของบุคคลเข้าสู่หลักการ ทฤษฎี หรือสิ่งที่ต้องการจะบอกให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมรับทราบและเกิดการยอมรับได้

องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา วิจัย

          จะเห็นได้ว่าผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด เป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของบุคคลากร คุณลักษณะที่จะช่วยส่งเสริมสถานะภาพและบทบาทของผู้สอนงานและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด อย่างสมบูรณ์แบบจากมุมมองของผู้เข้ารับการฝึกอบรม สรุปในแต่ละด้าน โดยเรียงตามลำดับความสำคัญ มีดังต่อไปนี้

๑.           ด้านคุณธรรมและความประพฤติ  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคุณลักษณะด้านนี้เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชอบธรรม มีความยุติธรรม ไม่ลำเอียง ตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ ปัญหาและอุปสรรคอย่างหนึ่งของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด ก็คือการตกอยู่ภายใต้ภาวะอารมณ์ที่มีการปรุงแต่ง ความรู้สึกที่เป็นประสบการณ์ในอดีต อาจจะทำให้เกิดความหลงผิดหรือมีอคติทั้งต่อตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมเอง และสถานะภาพในบทบาทหน้าที่ของตนเองด้วย ดังนั้นการทำงานด้วยความชอบธรรม ซื่อสัตย์สุจริตต่ออาชีพ มีความเป็นกลางและยึดมั่นในการทำสิ่งที่ดีต่ออาชีพ รวมทั้งการยึดมั่นคำสัญญาในภาระหน้าที่ที่จะถ่ายทอดความรู้อย่างตรงไปตรงมา และเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จะเป็นคุณลักษณะที่ช่วยส่งเสริมทำให้สถานะภาพและบทบาทของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด มีความสมบูรณ์มากขึ้น

๒.          ด้านความรู้ในสายงานและวิชาการทั่วไป  ผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด จะต้องมีการศึกษาแสวงหาความรู้ทางวิชาการใหม่ๆอยู่เสมอ จะต้องมีความรู้ในสาขางานนั้นๆเป็นอย่างดี มีความเข้าใจในระบบการบริหารจัดการงานฝึกอบรม มีเป้าหมายและตั้งวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมอย่างชัดเจน รู้จักสร้างและแนะนำหลักสูตรการฝึกอบรมมาใช้ได้อย่างเหมาะสม และควรมีพื้นฐานในวิชาชีพครูด้วย การมีความรู้ในสายงานนั้นจะช่วยให้เกิดความมั่นใจ ความเชื่อมั่นแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงความรู้ ความเชี่ยวชาญในสายงานออกมาเพียงเพื่อจะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกรงกลัว หรือยอมรับ เพราะอาจจะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่ยอมที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระในเรื่องนั้นๆ เนื่องด้วยเกรงว่าความคิดของตนเองจะไม่ถูกต้องและมีความรู้สึกเหมือนถูกจ้องจับผิด

๓.          ด้านบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว  บุคลิกลักษณะเฉพาะตัวเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมทางการแสดงออกของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด สามารถสื่อความหมายได้ดีกว่าคำพูดใดๆ  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะมีความเข้าใจในสิ่งที่ผู้สอนงานมีความเชื่อ หรือคาดหวัง โดยดูจาก การกระทำของตัวผู้สอนงานเอง[๖] ดังนั้นความน่าเชื่อถือในฐานะผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด จึงควรมีเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงพฤติกรรมที่แสดงออกเป็นภาพลักษณ์ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ อันได้แก่ ความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเด็นต่างๆ ความอดกลั้น อดทน ความสามารถในการเชื่อมโยงความคิด และสรุปรวบยอดจากองค์ความรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมเชื่อมโยงไปสู่ทฤษฎีและหลักการต่างๆ มีการควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวง มีความเชื่อมั่นในตนเอง แต่ในการสอนและแนะนำงานนั้นก็ไม่ควรไปตัดสินหรือพิพากษาในฐานะเป็นผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด การประเมินความคิดหรือพฤติกรรมผู้อื่นว่า ดี เลว ถูก ผิด อาจเป็นการด่วนสรุปและตัดสินใจเร็วเกินไปเท่ากับเป็นการไปตัดโอกาสของผู้เข้ารับการฝึกอบรม นอกจากนั้นความสุภาพทั้งกาย วาจา จิตใจ ความมีปฏิภาณ ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสม การมีสุขภาพที่ดี มีความคล่องตัวสูง มีความเป็นผู้นำ และมีความสม่ำเสมอในการแสดงออกด้านอารมณ์และความรู้สึก คุณลักษณะเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่ต้องการของผู้เข้ารับการฝึกอบรมอย่างมาก

๔.          ด้านมนุษยสัมพันธ์  มนุษยสัมพันธ์เป็นสิ่งที่เกิดจากตัวผู้สอนงาน เป็นพฤติกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม อันจะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายในการฝึกอบรม การแสดงออกของผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอดอย่างเป็นมิตรจะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมลดความกดดัน และละลายพฤติกรรมในเบื้องต้นได้ อีกทั้งการแสดงออกซึ่งความจริงใจ เห็นอกเห็นใจในการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามความเหมาะสมโดยไม่เลือกปฏิบัติ จะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้สึกที่ดีและอบอุ่น ผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด ควรจะต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับคนทุกระดับ เนื่องจากความแตกต่างกันของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งจะต้องเข้าใจในพื้นฐานธรรมชาติของมนุษย์ ต้องศึกษาสภาพแวดล้อมในสังคมการทำงานรอบข้าง มีความตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่เสมอ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และสามารถรู้ถึงความต้องการของผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งกล่าวโดยรวมแล้วคุณลักษณะในด้านมนุษยสัมพันธ์นี้จะมีความสอดคล้องกับความฉลาดทางด้านอารมณ์ (Emotion Quotient) ซึ่งปัจจุบันกล่าวถึงกันมากในทุกๆสาขาอาชีพ

๕.           ด้านเทคนิควิธีการสอน  การสอน คือ การถ่ายทอดแนวความคิดอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามสภาพความเป็นจริง ผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด จึงเป็นผู้ที่ช่วยทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมอย่างไม่ปิดบัง ปกปิด บิดเบือน พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำถ้าผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องการ ผู้สอนและแนนำงาน/ผู้ถ่ายทอดจะต้องยอมรับว่า การสอนงานนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตนเองทั้งหมด การสอนงานที่ดีจะต้องมีการเตรียมการวางแผนลำดับขั้นในการที่จะนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และถ้าสามารถทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ลงมือปฏิบัติเพื่อให้รับรู้ได้ถึงข้อมูล ข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเองก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ หลังจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับรู้ถึงข้อมูลและข้อเท็จจริงแล้วกระบวนการต่อไปควรจะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสร้างองค์ความรู้จากการนำข้อมูล ข้อเท็จจริงมาผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ด้วยตนเองตามสภาพความเป็นจริงที่ได้รับรู้มา หลังจากนั้นจะต้องโน้มน้าวจูงใจให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติเป็นทักษะเพื่อพิสูจน์ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองต่อไปในอนาคต จะเห็นได้ว่าผู้สอนและแนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด จะต้องจัดเตรียมสภาพความพร้อมก่อนการฝึกอบรมล่วงหน้า ซึ่งจะต้องใช้เวลาที่มากพอในการเตรียมการ ได้แก่ การรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อค้นหาที่มาและความสำคัญของปัญหา (เค้าโครงของหลักสูตรที่จะจัดทำ) จากนั้นจะต้องศึกษาในรายละเอียดที่ลึกลงไปในบริบทไม่ว่าจะเป็นผู้เข้ารับการฝึกอบรม วิถีการดำเนินชีวิต วิถีองค์กร ฯลฯ ศึกษาข้อมูลในวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องจากแหล่งต่างๆเพื่อนำมาสร้างเป็นกรอบแนวคิดของหลักสูตร การปฏิบัติในส่วนนี้จะเป็นการศึกษาเพื่อ ค้นคว้า วิจัย ข้อมูลข้อเท็จจริงที่จะนำมาสอนด้วยวิธีการที่เหมาะสมและสง่างามในวิชาชีพ การนำข้อมูลเนื้อหามาจัดลำดับการนำเสนอ การเลือกใช้เทคนิควิธีการนำเสนอ การวัดและประเมินการรับรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมก่อนและหลังการฝึกอบรม ที่สำคัญคือจะต้องมีการพัฒนาข้อมูลเนื้อหาของหลักสูตรให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอด้วย เนื่องจากเนื้อหาหลักสูตรที่จัดทำขึ้นนั้นจะมีความล้าไปตามบริบทของกาลเวลาเสมอ

กล่าวโดยสรุป

      การสร้างการเรียนรู้ ด้วยวิธีการฝึกอบรมเป็นการศึกษาเพื่องานและเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่ทุกๆองค์กรให้ความสำคัญ การฝึกอบรมมิได้เป็นการปฏิบัติตามค่านิยมของสังคมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีใหกับองค์กร แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฝึกอบรมนั้นต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึง กระบวนการที่ถูกต้องในการพัฒนาบุคลากร จะต้องมีความเชื่อในเรื่องว่ามนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ยิ่งใช้ยิ่งมีคุณค่า บนพื้นฐานของความแตกต่างของบุคคล แต่สิ่งที่สำคัญในกระบวนการพัฒนาบุคลากรและขาดไม่ได้นั่นคือการบ่มเพาะ/สร้างผู้สอนและผู้แนะนำงาน/ผู้ถ่ายทอด ให้มีจิตใจพร้อมที่จะทำหน้าที่ด้วย ความรัก ความศรัทธา ความเชื่อ ในบทบาทหน้าที่ที่แท้จริง มีความมุ่งมั่นและจริงจังในการพัฒนาตนเองเพื่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดีและเหมาะสมในอาชีพของตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้าตามเหตุและปัจจัยอันพึงกระทำได้

 

*********************************************************************

 

จรรยาในวิชาชีพครูผู้สอน

๑.          ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยินดี และเต็มใจ โดยปราศจากเงื่อนไข

๒.         ศึกษา ค้นคว้า วิจัย ข้อมูล ที่จะนำมาสอนด้วยวิธีการที่เหมาะสมและสง่างามในวิชาชีพ

๓.         ให้ข้อมูลผู้เรียนอย่างครบถ้วน ไม่ปิดบังอำพราง ด้วยวิธีการที่เหมาะสม

๔.         ปฏิบัติต่อผู้เรียนโดยคำนึงถึงหลักของ ปัจเจกบุคคล

๕.         แนะนำ ชี้แนะ แนวทางที่ถูกต้องให้กับผู้เรียน เพื่อกระตุ้นผู้เรียนให้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะที่ควร สามารถดำรงรักษาตนในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และเป็นคนดีของสังคม

๖.          ส่งเสริมยกย่องความดีงาม หรือความสามารถของผู้เรียนให้เป็นที่ปรากฏ

ข้อคิดดีๆฝากไว้ให้คุณครูทุกคน

          “ ผลลัพธ์จากการทำงานของบุคคลหนึ่ง อาจทำให้เขาได้ชื่อว่าเกิดมาสมศักดิ์ศรีหรือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า ขึ้นอยู่กับว่างานที่ทำตลอดชีวิตนั้นก่อคุณประโยชน์อันใดทิ้งไว้ให้แก่โลกนี้บ้าง ”

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์

 

         ไม่มีสิ่งใดเป็นเครื่องชี้วัดความผิดถูก บางครั้งเรื่องๆเดียวกันมีผู้เกี่ยวพันมากมาย

คนหนึ่ง  ใช้ความรู้สึก  ในการตัดสินใจ

คนหนึ่ง  ใช้เหตุผล  พิสูจน์

คนหนึ่ง  ใช้ความรักความผูกพัน  เป็นตัวบ่งชี้

คนหนึ่ง  ใช้สมอง  ตอบโต้

คนหนึ่ง  ใช้จิตใต้สำนึก  กระทำ

มีใครจะเป็นผู้ตัดสินว่าคนไหนทำถูก แล้วเขาใช้อะไรเป็นตัววัด? ถ้าทุกอย่างมีเครื่องมือวัดความถูกผิด ทุกคนคงตัดสินใจอย่างเดียวกัน แต่ละคนต่างยืนอยู่คนละองศา ได้เห็นได้สัมผัสไม่เหมือนกัน คนที่ได้เห็นย่อมไม่รู้สึกเหมือนคนที่สัมผัส เรื่องบางเรื่อง บางครั้งก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามวิถีของมันบ้าง

เราไม่รู้ว่าใครต้องการอะไร  และเขาก็ไม่รู้ว่าเรารู้สึกอย่างไร

คนบางคนแข็งเพื่อเป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอของตัวเอง

คนบางคนยอมทำผิดเพื่อพิสูจน์บางอย่าง ....... ต่างคนต่างเหตุผล

 

**************************************************************



 



[๑] ธนากรณ์  ใจสมานมิตร , วิทยานิพนธ์ หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม รุ่นที่๕ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร :  ๒๕๔๗

[๒] รศ.ดร.สิทธิโชค  วรานุสันติกูล “ทำอย่างไรให้เขายอม” .  ๒๕๔๗ : ๑๔

[๓] สุทิน  บุญชูวงศ์ “หลักการสอนตามหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู” คณะวิชาครุศาสตร์ สถาบันราชภัฎสวนดุสิต , ๒๕๓๐

[๔] ธนากรณ์  ใจสมานมิตร “ความตระหนักในฐานะคนทำงาน” เอกสารประกอบการบรรยาย . ๒๕๕๑ : -

[๕] นิธิ  เอี่ยวศรีวงศ์ “กระแสทรรศน์การเรียนรู้แบบปลายเปิด” มติชนรายวัน (กรกฎาคม ๒๕๔๕)

[๖] Peggy.G.Hutcheson อ้างใน ทิชาพร  หอมหวล “เคล็ดลับ ๑๐ ประการในการสอนและแนะนำงาน” เพิ่มผลผลิต . ๓๖ (ม.ค.- ก.พ. ๒๕๔๐) : ๖๒




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com