งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

ฝรั่งทึ่งสมองไทย สูตร "ไอติมปลาช่อน"
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : ศูนย์บริการรถยนต์โจโยต้า งานออกแบบ Graphic เขตบางบอน ปวส.pcวาโก้ บุคคลวั งทองหลาง ออแกน จัดหางาน พี pc เอ็นทูเจ บางสมัคร ฉะเชิงเทรา หางาน วิศวกร พฤกษา บริหารแหลมฉบัง ชลบุรี ครูสอนภาษาจีนตามโรงเรียน คอนกรีต ธุรการ HR พนักงานธุรการ เจ้าหน้าที่ธุรการ พัสดุ ถ่านหิน ส่งเอกส& Accounting Manager กะรน ภูเก็ต ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝัต๏ฟฝแพท๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ เเมสเเซนเจอร์จ.สมุทรปราการ พนักงานขับรถ แม่บ้าน บัญชีการเงิน กรุงเทพเขตลาดกระบัง ยาโยอิ สงขลา พนักงานเช็คสต๊อกสินค้า ลาดพร้าว 94 คลินิกรักษาโรค ศูรย AIS หางานเสมียน แถวนวนคร เจ้าหน้าที่ธุรการ วุฒ ม.6 ถนนบางกรวย ช่าง cnc cad/cam ตำแหน่งงาน หรืsupervisorอ ที่ตั้ง เช่น ธุรการลาดพร สิ่งทอ / การ์เม้นท์ ผ้จัดการ มินิบิ๊กซีลาดพร้าว apply@jobpud.com หางานพระราม2 ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝหน่งงาน ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ ๏ฟฝ๏ พนักงานทั่วไป จังหวัดชลบุรี งานบัญชีญี่ปุ่น บริษัทเป็บซี่ ขับรถฉีดปลวก งานขายรองเท้าในโลตัส Pretty MC BA รฏยฟยฝร‘ยญรฏยฟยฝรฏยฟยฝ / รฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝร ทำ จ-ศ+ วิศวกร ขายเสือผ้า Part time ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ระดมทุน พนักงโรงแรม Toyota เพชรเกษม

  เรื่อง วิถีการทำงานร่วมกันอย่างมีสุนทรียภาพ
  เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
Rated: 
by 11 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



วิถีการทำงานร่วมกันอย่างมีสุนทรียภาพ

  

          การรวมกลุ่มกันของมนุษย์ เพื่อปฏิบัติภารกิจภายใต้วิถีการทำงานร่วมกันให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรเป็นแนวคิดที่นักบริหารจัดการต่างคาดหวัง และหมายมั่นให้เป็นเช่นนั้น โดยพยายามค้นหาวิธีการต่างๆมาสนับสนุน แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นไปตามสิ่งที่คาดหวัง แม้กระทั่งบางครั้งอาจจะดูเหมือนได้ผลแต่เป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็กลับสู่สภาพดั่งเดิม ไม่มีความยั่งยืนถาวร ทั้งนี้ถ้ามาวิเคราะห์ดูเหตุและปัจจัยต่างๆประกอบแล้ว จะพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมากโดยเฉพาะในวิถีไทย ที่ทำให้เกิดเหตุนั้นก็คือ ความไม่เข้าใจความเป็นจริงในตัวคน ไม่เข้าใจแก่นแท้ของการเกิดพฤติกรรมที่ถาวรของมนุษย์  คนทุกคนมีความแตกต่าง คนเหมือนคน แต่คนก็ไม่เหมือนกัน คำว่า “ปัจเจกบุคคล” จึงถูกบัญญัติขึ้น ทำไมคนแต่ละคนจึงมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกัน ลองมาวิเคราะห์ตามดูว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?

            เริ่มจากการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ สิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดพฤติกรรมมนุษย์ นั่นคือ กรอบแนวคิดของบุคคล อันประกอบด้วย เจตคติ ความเชื่อ และค่านิยมของบุคคล สิ่งที่ทำให้มนุษย์นำมาสร้างกรอบแนวคิด นั่นคือ การได้ลงมือทำและพิสูจน์แล้วเห็นผลจริงด้วยตนเอง หรือที่เราเรียกว่า ทักษะที่เกิดจากการฝึกฝน สิ่งที่เป็นเหตุให้มนุษย์สามารถสร้างทักษะฝึกฝนตนเองได้นั่นคือ องค์ความรู้เฉพาะบุคคล ที่ได้จากการนำข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆมาพิจารณาและวินิจฉัยอย่างมีหลักการ สิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถเก็บกักและนำข้อมูล ข้อเท็จจริงเข้าสู่ตนเองได้ นั่นคือ การที่มนุษย์มีสมองเป็นอุปกรณ์ในการเก็บและประมวลผล โดยอาศัยอวัยวะรับสัมผัสทั้ง ๕+๑ ที่มีติดตัวมนุษย์มาทุกคนเป็นตัวส่งสัญญาณที่ได้รับรู้มา (การรับสัมผัส ๕ ทางได้แก่ การมองเห็น , การได้ยินเสียง , การได้กลิ่น , การได้รับรู้รสชาติ และการได้รับรู้สัมผัส ส่วนการรับอีก ๑ ทางนั้นคือ ความรู้สึกของปัจเจกบุคคล นั่นคือ อารมณ์)

          ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า เพราะการรับรู้นั่นเอง เป็นเหตุให้เกิดการศึกษาวินิจฉัยของบุคคลสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ส่วนตนซึ่งเป็นปัจจัยไปก่อให้เกิดการทดสอบองค์ความรู้นั้นด้วยการลงมือฝึกฝนและเป็นปัจจัยไปก่อให้เกิดการยึดติดเป็น เจตคติ ความเชื่อ และค่านิยมส่วนบุคคล (กรอบแนวคิดของบุคคล) ซึ่งเป็นปัจจัยต่อไปทำให้เกิด การแสดงออกอย่างซ้ำๆและถาวรจนเป็นพฤติกรรม ที่แสดงถึงบุคลิกลักษณะสื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ โดยไม่ต้องบอกกล่าว เราอาจเคยได้ฟังในสิ่งที่พระท่านสั่งสอนเราอยู่เสมอว่า “คนเราคิดอย่างไร จะทำอย่างนั้น คนเราทำอย่างไร ก็จะเชื่ออยู่อย่างนั้น คนเราเชื่ออย่างไรพฤติกรรมก็จะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นจงระวังความคิดของตนเองให้ดี และหมั่นฝึกฝนความคิดของตนให้ถึงพร้อมอยู่เสมอ”

สุนทรียภาพมีส่วนช่วยให้เกิดการบรรยากาศการทำงานร่วมกันแบบ Win-win Situation ได้อย่างไร

        การรับรู้ทางความรู้สึกของปัจเจกบุคคล (อารมณ์) จะมีความไวและรวดเร็วมากต่อสิ่งเร้าที่มากระทบผ่าน เพราะมีการปรุงแต่งจากความต้องการหยาบๆของมนุษย์(สัญชาติญาณดิบ) จึงเป็นอารมณ์ที่ไม่บริสุทธิ์ และจะสร้างพลังเหนี่ยวนำให้เกิดการกระทำขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หยาบนั้น เนื่องจากไม่ได้ผ่านกระบวนการไตร่ตรอง ศึกษา วิเคราะห์ พิจารณา สังเคราะห์ (การใช้วิจารณญาณ) ของบุคคลก่อนที่จะแสดงเป็นการกระทำออกมา ถ้าเราไม่มีความตระหนักและเข้าใจอย่างดีพอ การกระทำแบบนั้นก็จะกลายเป็นความเคยชิน และกลายเป็นพฤติกรรมที่ถาวรของเราไปในที่สุด

            สุนทรียศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วย ความดี ความงาม ซึ่งเป็นความงามที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือความงามในทางศิลปะก็ได้ นักปราชญ์ทางศิลปะกล่าวว่า “ความงามเป็นหน่วยความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ทางความรู้สึกกับการสื่อสารความหมาย”สุนทรียศาสตร์ เป็นมาตรฐานความงามในเชิงทฤษฎี (Theory of Beauty) อยู่ในปรัชญาสาขา Axiology ซึ่งจะโน้มนำไปสู่ การสร้างสุนทรียภาพของบุคคล   

สุนทรียภาพของบุคคล เป็นสภาพความซาบซึ้งในคุณค่าของสิ่งที่งดงาม ไพเราะ รื่นรมย์ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ หรือ ศิลปะ  ความซาบซึ้งในคุณค่าดังกล่าวจะเจริญเติบโตได้โดยประสบการณ์ การศึกษา อบรม ฝึกฝน จนเป็นอุปนิสัย และเกิดรสนิยม(Taste)ขึ้นตามตัวบุคคล ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ในความรู้สึกที่ซาบซึ้งนั้นเป็นความรู้สึกที่เกิดจากการรับรู้ที่บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งใดๆปรุงแต่งในห้วงเวลาหนึ่ง ดังนั้นพฤติกรรมของผู้ที่มีสุนทรียภาพจะมองคุณค่าของสรรพสิ่งทุกอย่างจากภายใน(Intrinsic Value) มากกว่าภายนอก(Extrinsic Value) เปรียบได้กับเป็นตัวกรองที่จะสนองต่อความต้องการที่ละเอียดอ่อน สร้างพลังเหนี่ยวนำให้เกิดการกระทำที่ดีงาม งดงาม ผ่านกระบวนการไตร่ตรอง ศึกษา วิเคราะห์ พิจารณา สังเคราะห์ (การใช้วิจารณญาณ) แสดงเป็นการกระทำที่มีความงดงามเหมาะสม ชื่นชมต่อผู้พบเห็น จนติดตัวกลายเป็นพฤติกรรมถาวร เป็นเอกลักษณ์ที่สง่างามเฉพาะตัว น่าเคารพ นับถือ เลื่อมใสและศรัทธา สอดคล้องกับหลักการ Win-win Situation ที่มุ่งเน้นการสร้างสถานการณ์แบบชนะทั้งสองฝ่าย เป็นการเอาชนะกันด้วยใจ เพื่อก่อให้เกิดความรัก ความศรัทธา และความเชื่อถือต่ออุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่งจะมีผลก่อให้เกิดวิถีร่วมกันอย่างสอดคล้องชัดเจน นำมาสู่การมีชัยชนะร่วมกันได้เป็นอย่างดี

ภาพลักษณ์ของบุคคล มีผลต่อการรับรู้และสามารถควบคุมพฤติกรรมคนรอบข้างได้

        จากข้อเท็จจริงต่างๆ ทำให้เราพอจะเข้าใจได้ว่า การรับรู้ของมนุษย์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัจจัยเริ่มต้นของการก่อให้เกิดการกระทำ และพฤติกรรมของมนุษย์ ในทางจิตวิทยาได้ศึกษาและค้นพบว่า มนุษย์เรานั้นจะปฏิบัติต่อคนอื่นตามภาพลักษณ์ของเขาที่อยู่ในใจเรา นักจิตวิทยาเรียกวิธีการนี้ว่า “การจัดการความประทับใจ” (Impression Management) นั่นก็หมายความว่า เราสามารถที่จะใช้ภาพลักษณ์ (Image) ควบคุมพฤติกรรมของคนอื่นที่มีต่อตนเองได้ ด้วยวิธีการนำเสนอภาพลักษณ์ที่แท้จริงของเรา ให้กับผู้อื่นได้รับรู้นั่นเอง

            แต่สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจและตระหนักให้ดีก็คือ การเสนอภาพตนเอง (Self-Presentation) เพื่อสร้างเป็นภาพลักษณ์นั้น จะต้องเกิดจากความเป็นตัวตนของเราจริงๆ เราจะต้องสำรวจ เปิดใจ พิจารณา และปรับปรุงตนเองให้ดีก่อน โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างสิ่งที่ดีงามให้กับจิตใจ โดยพยายามฝึกรับรู้จากอารมณ์ที่บริสุทธิ์ ปราศจากการปรุงแต่ง มองคุณค่าของสรรพสิ่งทุกอย่างจากแก่นแท้ข้างในให้มากกว่ามองแค่เปลือกที่ห่อหุ้มอยู่ด้านนอก การปฏิบัติเช่นนี้จนเป็นพฤติกรรมที่ดีงามจะทำให้ภาพลักษณ์ของเราเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นตัวเป็นตนของเราอย่างแท้จริง และสง่างาม  ผู้คนรอบข้างเราจะรับรู้ในภาพลักษณ์ของเราเช่นนี้ได้อย่างดี สิ่งที่เราจะได้รับตามมาก็คือ ความเคารพ นับถือ เลื่อมใสและศรัทธา

            การเสนอภาพตนเอง จนเกิดเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ได้มาจากตัวตนที่แท้จริงของเรา แม้จะมีวิธีการวางแผนอย่างดี จนประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ แต้ถ้ากาลเวลาเปลี่ยนไป คนรอบข้างรู้ว่า สิ่งที่เรานำเสนอมาไม่ตรงกับภาพลักษณ์แห่งความเป็นจริงตามที่เสนอไว้ คนรอบข้างจะเกิดการสะบัดกลับของความรู้สึกผิดหวัง หมายความว่า เคยรักเท่าไรก็จะเกลียดมากเท่านั้นนั่นเอง

แนวทางการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีสุนทรียภาพ   

๑.       สำคัญที่สุดเราต้องเข้าใจตัวเองอย่างดีพอ เปิดใจพิจารณาตัวเอง ให้เข้าใจและรู้จริงอย่างถ่องแท้ ในประเด็นคำถาม ดังนี้

                              เราใช้ชีวิตอย่างมีสุนทรียภาพมากน้อยเพียงใด ?

                              ความสามารถในการรับรู้ข้อมูลเป็นอย่างไร ?

                              กรอบแนวคิดของเราเป็นอย่างไร ?

                              เราเป็นตัวของตัวเองมากน้อยแค่ไหน จุดยืนของเราคืออะไร ?

                              เอกลักษณ์ของเราที่สามารถสื่อเป็นภาพลักษณ์ได้คืออะไร ?

๒.      หลังจากทำความเข้าใจตนเอง และปรับปรุงได้ในระดับหนึ่งแล้ว ลองนำองค์ความรู้ที่ได้มาทำความเข้าใจผู้อื่นดูบ้าง ในเรื่องของธรรมชาติของมนุษย์ต่อการตอบสนองสัญชาติญาณดิบปัจจัยที่ก่อให้เกิดความแตกต่างของบุคคล( กฎของปัจเจกบุคคล )

๓.      เข้าใจสัจธรรม ความเป็นจริง โดยการพิสูจน์เห็น ไม่ใช่เชื่อตามคำบอกกล่าวที่บอกต่อๆกันมา ข้อมูล ข้อเท็จจริง องค์ความรู้ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นวิถีตะวันออก วิถีตะวันตก หรือจากมุมหนึ่งมุมใดบนโลกนี้ ล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริงตามบริบทแวดล้อม และ กาลเวลา ดังนั้นหากนำมาใช้ภายใต้บริบทแวดล้อม และกาลเวลาที่แตกต่างกัน ย่อมเป็นไปได้ว่าจะให้ผลที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นในการศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงนั้นจะต้องตามด้วยการเรียนรู้ แบบผสมผสานระหว่างหลักธรรมชาติ(ตามพุทธปรัชญา)ของวิถีตะวันออกและหลักปฏิบัติของวิถีตะวันตกด้วยเสมอ เพื่อสังเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่มีความเหมาะสมกับบริบทแวดล้อม และกาลเวลา อันจะนำไปสู่การสร้างกรอบแนวคิดและจุดยืนของตัวเราเองอย่างเหมาะสม

กล่าวโดยสรุป

          หลักการทำงานร่วมกันภายใต้สถานการณ์แบบชนะ-ชนะ (Win-win Situation) เป็นวิถีภายใต้ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมตะวันตก ที่สามารถนำมาผสานและเทียบเคียงกับหลักพุทธปรัชญาตามวิถีตะวันออก ตามหลัก วินัยของคฤหัสถ์ ว่าด้วยเรื่องของการปฏิบัติต่อมิตรสหาย ผู้เปรียบเสมือนทิศเบื้องซ้าย เพื่อเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศในการเอาชนะใจซึ่งกันและกันระหว่างมิตรสหาย ซึ่งเป็นแนวทางหลักดังนี้

๑.       เผื่อแผ่แบ่งปัน เอื้อเฟื้อกันตามอัตภาพเท่าที่เราสามารถจะทำได้ โดยที่ตัวเราและคนรอบข้างไม่เดือดร้อน โดยเฉพาะในสิ่งที่เรามีเกินความพอดี แต่ในขณะที่ผู้อื่นมีความจำเป็นต้องใช้

๒.    พูดจามีน้ำใจ คำพูดบางคำนั้นอาจทำให้คนที่ได้รับฟังชอกช้ำไปตลอดชีวิต ดังนั้นในการอยู่ร่วมกันควรระมัดระวังในการใช้คำพูดถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีก็ตาม

๓.      ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สนับสนุน ส่งเสริม สิ่งที่ดีงามให้แก่กันเท่าที่จะทำได้ในบทบาทหน้าที่อย่างมีขอบเขต และมีความเหมาะสม

๔.      มีตนเสมอ ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย ปฏิบัติให้เห็นถึงความผูกพันกันด้วยใจ โดยปราศจากการวางเงื่อนไขใดๆ และละไว้ซึ่งยศ บรรดาศักดิ์ต่างๆ

๕.     ซื่อสัตย์จริงใจ แสดงออกซึ่งต่อหน้าและลับหลังด้วยพฤติกรรมเดียวกันรักษาความลับของผู้อื่น รักษาและให้เกียรติในผลประโยชน์ของผู้อื่น

    ในส่วนของหลักการที่เป็นแนวทางเกื้อกูล (กลยุทธ์ในการประสบความสำเร็จของบุคคล) ที่สามารถส่งเสริมแนวทางหลักได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย

๑.       ความรัก คือ ความประทับใจ ความรู้สึกถูกชะตาเป็นพิเศษกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ว่าจะเป็น บุคคล งาน ปรากฏการณ์ต่างๆที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เพราะความรักทำให้เกิดความอยากที่จะทำให้บรรลุผล

๒.      ความพากเพียร คือ บททดสอบที่มีผลสืบเนื่องจากความรัก ทำให้ความรักมีคุณค่าแก่ชีวิต และทรงคุณค่าอย่างยั่งยืน แม้กาลเวลาจะแปรเปลี่ยนไป เป็นสิ่งที่ชักนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ

๓.      ความจับไม่ปล่อย คือ ความหมายมั่น จดจ่อในสิ่งที่ต้องการทำให้ได้ตามที่ปรารถนา ในสภาวะจิตที่เป็นสมาธิ โดยปราศจากการวางเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

๔.      ความคิดสร้างสรรค์ คือ การรู้จักใช้ความคิดอย่างสุขุม โดยผ่านกระบวนการวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์ จนเกิดเป็นความคิดใหม่ มุมมองใหม่หรือองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา

แนวทางทั้งสองแนวทางนี้ครอบคลุมหลักการทำงานร่วมกันภายใต้สถานการณ์แบบชนะ-ชนะ (Win-win Situation) อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นหลักการต่างๆอีกมากมาย และที่สำคัญสำหรับวิถีไทยอย่างเรานั้นเรามีความคุ้นเคยกับหลักธรรมคำสอนต่างๆเหล่านี้มาตั้งแต่เกิดจนตาย และมีมานานกว่า ๒,๕๐๐ ปี เพียงแต่ว่าท่านเคย ได้ฟัง หรือเพียงแค่เคย ได้ยิน ?

 

เอกสารอ้างอิง

 

ธนากรณ์  ใจสมานมิตร . “ความตระหนักในฐานะคนทำงาน” เอสารประกอบการอบรม. ๑ ( พฤศจิกายน ๒๕๕๑) :

ผศ.บุญมี  แท่นแก้ว . พุทธปรัชญาเถรวาท . กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์, ๒๕๔๕.

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน, ๒๕๔๒ : มปน.                                                  

พจนานุกรมศัพท์ศิลปะ, ๒๕๓๐ :

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) . ธรรมนูญชีวิต . กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๑.

พระมหาวุฒิชัย  วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) . ธรรมะพารวย . กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๑.

รศ.ดร.สิทธิโชค    วรานุสันติกูล . ทำอย่างไรให้เขายอม . กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, ๒๕๔๗.

 



ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com