งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

วิธีการรักษาลูกค้าปัจจุบันให้อยู่กับเราตลอดไป
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : ถลาง ภูเก็ต ซันชาย วุฒิม6 กทม. มีนบุรี พนักงานคีย์ข้อมูลหน่วยงาน สงขลาา วุฒิ ม.6ในกรุงเทพ รฏยฟยฝรฏยฟยฝร‘ยกรฏยฟยฝร’ยนรฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝรฏยฟยฝ วุฒิ ม3 17000 วุฒิปวช. ร่มเกล้า ปประสานงานขาย พนักงานขับรถผู็บริหาร หัวหน้าฝ่ายผลิต สมุทรปราการ มีนบุรีจ เซลล์หัวหน้าพีซีดูแลยอกขายของพีซี ประจำอ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พนักงานบัญชีดีแทค ศาลากลางจังหวัด 20000 บาท พิทตี้ เขตรังฝ งานที่ได้ใช้ภาาจีน สะพานสูง บางกะปิ บึงกุ่ม เร่งรัดหนี้จ.เชียงใหม่ no experience โรงแรม วุฒิ ม.6 แถวรังสิต สาขา พระรามสาม upotwowo ๏ฟฝ๏ฟฝูป๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ QAC Manager พนักงานCallcenterม.3 ช่างเทคนิค เคหะบางปู วุฒิ ม.3 ในกทม. บางกอกใหญ่ โรงแรมและบริการ บริษัท DNA2002 จำกัด (มหาชน) พนักงานธุรการคันนายาว วุฒิม.6งานลาดกระบัง คอมพิวเตอร์กราฟิก jsanya 3ds max interior design วุฒิ ม6แถวศรีนคริน นิคมไฮเทคบ้านหว้า ช่างเสริมต่างประเทศ หางานราม1 พนักงานขับรถ นายผู้หญิง ประสานงานบางกะปิ ร้านชายคาพักกาย ดณ.ฉณฒ ชลบุรี คลินิก โรงพยาบาล หางานในขอนแก่น งานที่สามารถรับมาทำที่บ้านได้

  เรื่อง ลดความอ้วนอย่างมีความสุข (1)
  เขียนโดย นุชนันท์ วรรณโกวิท
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย นุชนันท์ วรรณโกวิท
Rated: 
by 3 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



                                                                  ลดความอ้วนอย่างมีความสุข....ยังไง?

เห็นชื่อบทความแล้วอาจฉงนเล็กน้อยว่า การลดความอ้วนมันจะเป็นเรื่องที่ทำอย่างมีความสุขได้อย่างไรกัน ก็ความสุขอย่างหนึ่งของมนุษย์นั้นอยู่ที่การกิน และการลดความอ้วนนั้นมักทำให้ต้องรูดซิปปากอดทานของโปรดหลายอย่าง แถมด้วยความเครียดที่พกพามาแต่เริ่มมีเหตุให้ต้องลดความอ้วน โดยรวม ๆ มักหนีไม่พ้นเรื่องที่ต้องอับอายขายหน้า เช่น เพื่อนล้อ แฟนทิ้ง ถูกปฎิเสธงาน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ทำให้คนส่วนใหญ่ที่ยอมรับว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่ม "คนอ้วน" ตั้งหน้าตั้งตาลดความอ้วนกันด้วยความเครียดซะมากกว่า จากการที่ผู้เขียนเคยอ้วนมาก่อนและมีประสบการณ์การลดความอ้วนทั้งด้วยตัวเองและแบบมีตัวช่วยมาหลายวิธี เสียเงินเสียทองมาก็มาก จากอ้วนแล้วก็ผอมลง แล้วก็กลับมาอ้วนอีก จนสุดท้ายก็พบวิธีการลดความอ้วนด้วยตัวเองที่ได้ผลดีและให้ผลระยะยาว จนผู้เขียนอยากจะเรียกมันว่า "การลดความอ้วนอย่างมีความสุข" และหวังว่าแนวทางการลดความอ้วนในแบบของผู้เขียนจะช่วยให้ผู้ต้องการลดความอ้วนทั้งหลายนำไปใช้ได้ผลในระยะยาวและไม่สิ้นเปลืองเงินทองในการหาตัวช่วย อีกทั้งไม่มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการใช้ยาลดความอ้วนอีกด้วย

คติพจน์ที่ว่า "การเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" นำไปใช้ได้ดีในทุกเรื่องที่เราหมายมั่นปั้นมืออยากทำให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หากการลดความอ้วนเป็นหนึ่งในเรื่องที่คุณต้องการความสำเร็จที่สวยงาม ก็ต้องไม่ลืมตั้งอกตั้งใจให้ดีตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนเริ่มต้นลดความอ้วนให้สัมฤทธิ์ผลและมีความสุขตลอดระยะเวลาที่ต้องควบคุมน้ำหนักนั้นเราต้องพึ่งหลักแห่งความจริง หรือ ตระหนักในความจริง ตามที่ชาวพุทธอาจทราบกันดีอยู่แล้วในเรื่องอริยะสัจสี่นั่นเอง บางคนที่กำลังอ่านอยู่อาจนึกขันว่าลดความอ้วนต้องพึ่งหลักธรรมด้วยหรือ ผู้เขียนเห็นด้วยตัวเองว่าเราคนไทยมีของดีอยู่กับตัว เกิดเป็นพุทธศาสนิกชนทั้งที ก็น่าจะนำหลักธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้ โดยเฉพาะความจริงอันยิ่งใหญ่ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงค้นพบความจริงอันประเสริฐอันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และตรัสไว้ให้โลกรู้กันมานานนับพันปีแล้ว ความจริงนี้แทรกซึมอยู่ในทุกกระบวนการปฎิบัติเพื่อความสุขความสำเร็จ แม้ผู้เขียนไม่ได้ลงรายละเีอียดในการนำหลักธรรมนี้มาปฎิบัติแต่ก็อธิบายการปฎิบัติที่อิงหลักธรรมอันยิ่งใหญ่นี้ตามความเหมาะสม

เริ่มด้วยการหาเหตุแห่งทุกข์ให้พบ ในที่นี้เราต้องหาเหตุที่ทำให้อ้วน หรือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานซะก่อน เช่น นิสัยการทานอาหาร การออกกำลัง ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน กรรมพันธุ์ ฯลฯ ถ้าพบว่าน้ำหนักตัวไม่เกินมาตรฐานและไม่อ้วนอย่างที่ถูกกล่าวหา (อ้างอิงดัชนีมวลกาย) ก็ไม่ต้องเสียเวลามาขบคิดเรื่องการลดความอ้วนอีกต่อไป เอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า การมีสภาวะความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และสติปัญญาดีย่อมทำให้รู้ความจริงที่สำคัญข้อหนึ่งที่ว่า "ความสวยงามที่แท้จริงของผู้คนนั้นหาใช่ดูจากรูปกายภายนอกเท่านั้น แต่ความดีงามภายในจิตใจต่างหากที่สะท้อนความสวยงามของคนเราได้ยั่งยืนกว่าสภาพสังขารที่ไม่จีรัง" ดังนั้นหากใครที่รู้ตัวเองว่าไม่อยู่ในข่ายของคนอ้วนที่น้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บจากความอ้วน ก็ไม่ควรวิตกกังวลเรื่องความไม่สวยเพราะไม่ผอมอย่างที่ต้องการ เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองในด้านอื่น ๆ จะดีกว่า  ความจริงข้อนี้จะช่วยให้คนที่พบความจริงว่าตัวเองอ้วนไม่ต้องยอมรับความจริงด้วยสภาวะจิตใจตกต่ำ แต่สามารถยอมรับความจริงว่าความอ้วนนั้นมีที่มาที่ไปและผลที่เกิดจากความอ้วนนั้นคือโรคภัยที่คุกคาม หาใช่ความไม่สวยงามหรือการถูกสังคมประนามหยามเหยียดไม่ หากความอ้วนนั้นเป็นไปโดยพันธุกรรมไม่สามารถแก้ไขได้ ก็ยังสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ การยอมรับความจริงอย่างเข้าใจเหตุผล ด้วยสติและสภาวะจิตใจเข้มแข็งย่อมทำให้การควบคุมน้ำหนักดำเนินไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

เมื่อรู้แล้วว่าความอ้วนเป็นทุกข์เป็นปัญหา และความไม่อยากอ้วนก็เป็นทุกข์ เราก็หันมาพิจารณาเหตุของมัน หาทางแก้ไขอย่างมีสติและไม่งมงายว่ามีสิ่งที่ช่วยลดความอ้วนได้อย่าง "ง่าย เร็ว สบาย" แต่ก็ไม่เครียดจนเกินไปว่าการลดความอ้วนเป็นเรื่องยากลำบากทรมาน สรุปว่าให้อยู่ในความพอดี เมื่อรู้หลักการลดความอ้วนที่ถูกต้องและรู้จักสภาวะร่างกายและจิตใจตัวเองดีพอทุกคนย่อมลดความอ้วนได้ไม่ยาก การรู้จักโทษภัยของความอ้วนจริง ๆ ว่าส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายอย่างเช่น มะเร็ง เบาหวาน หัวใจ ไขข้ออักเสบ ฯลฯ ได้ง่ายกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ จำไว้ให้ดีว่า..."การควบคุมน้ำหนักตัวในระยะยาวแบบช้า ๆ แต่ชัวร์ต้องอาศัยสภาวะความฉลาดทางอารมณ์ สติปัญญา และสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง" พร้อมกันแล้วหรือยังที่จะเริ่มค้นให้พบตัวตนที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ้วนอวบอัดมาหลาย(สิบ)ปี

หลาย ๆ คนที่ยอมรับว่าตัวเองจัดเป็นคนอ้วน และรู้ดีเรื่องโทษภัยของความอ้วนเป็นอย่างดี แต่ยังหวงไขมันรอบเอว รอบสะโพกอยู่นานหลายปีโดยไม่มีวี่แววว่าจะสลัดมันทิ้งได้สักที ไม่ใช่เพราะไม่อยากสลัดไขมันส่วนเกินทิ้ง ไม่ใช่หลงคิดว่าอ้วนแล้วสวย โดยส่วนใหญ่คิดซ้ำ ๆ เรื่องการลดความอ้วน ตั้งอกตั้งใจลดมาหลายหน ทนทรมานกับการมีโรคภัยจากความอ้วนมาหลายปี ก็ไม่มีโอกาสได้ลดน้ำหนักลงแม้สักกิโล เหตุเพราะสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคง สภาพอารมณ์และสังคมที่แปรปรวน ทั้งจากสภาพการงานและความหดหู่ในจิตใจที่ไม่ได้รับการเยียวยา ส่วนใหญ่ระบายความทุกข์ด้วยการกิน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าความสุขอยู่ที่ลิ้น กินอย่างไร้สติ ขอให้ได้กินของอร่อยลดความเครียดบรรเทาความทุกข์ไปวัน ๆ ดังจะเห็นเป็นข่าว เมื่ออ้วนเข้าขั้นวิกฤติชนิดหัวใจไม่อาจทานทนที่จะสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงไขมันส่วนเกินได้อีกต่อไป ถ้ายังไม่หัวใจวายตายก็อาจต้องพึ่งชาวบ้านให้เข็นเข้าโรงพยาบาลให้หมอช่วยตัดไขมันทิ้งให้หน่อย เพราะสายเกินไปที่จะหันมาเริ่มต้นลดความอ้วนด้วยตัวเองอย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดภาวะหัวใจวายตายเสียก่อน วงจรอุบาทว์สำหรับคนกลุ่มนี้คือ "เบื่อ-เครียด-กิน-อ้วน-เบื่อ-เครียด-กิน-อ้วน" อยู่อย่างนี้ ทำอย่างไรจึงจะหยุดวงจรนี้ได้

การหาสาเหตุของอาการเบื่อ อาการเครียด และเยียวยาอาการนั้นแต่เนิ่น ๆ น่าจะช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นั้นได้ สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้คนเราหลุดพ้นจากความเครียดและเบื่อทั้งจากการงานที่ซ้ำซากจำเจ ก็คือการพาตัวเองออกไปจากสภาพเดิม ๆ บ้าง เปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนลักษณะการดำเนินชีวิต เปลี่ยนกลุ่มเพื่อน ฯลฯ เหมือนเป็นการพูดง่ายแต่ฟังยาก แต่ผู้เขียนก็ทำมาแล้ว เช่น เริ่มเล่นกีฬาหรือออกกำลังหลังเลิกงานหรือเลิกเรียนตามแต่เวลาจะอำนวย วันหยุดก็หาเวลาไปเดินชมวิวทิวทัศน์ในเมือง อย่าอุตริทำเก่งไปเดินทดสอบสภาพจิตใจในตลาดสดที่มีของกินมากมายรอท่าล่ะ การทำกิจกรรมกับเพื่อนต่างกลุ่ม เรียนรู้เรื่องที่สนใจอื่น ๆ บ้าง การเริ่มเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและลักษณะการดำเนินชีวิตจะช่วยให้สภาวะจิตใจของเราเิ่ริ่มปรับเปลี่ยนไปด้วยแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราเห็นโลกในมุมที่งดงาม ความเครียดและความเบื่อย่อมลดน้อยลง จนรู้สึกได้เองว่าความสุขที่แท้จริงหาใช่เกิดจากการกินไม่ และจะหันมาสนใจตัวเองมากขึ้นไม่ว่าจะรู้สึกว่าตัวเองสวยหล่อหรือขี้เหร่ก็ตาม ความเข้าใจเรื่องการมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพดีเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่รักและชอบอย่างมีความสุขย่อมช่วยให้เรามีกำลังใจในการหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น การทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นในแต่ละวันก็จะช่วยลดเวลาที่จะหันไปพิรี้พิไรเรื่องการกินได้อีกทาง การเข้ากลุ่มกับผู้ต้องการลดความอ้วนด้วยกันเองก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเมื่อต้องลดความอ้วนก็ไม่โดดเดี่ยว มีปัญหาท้อแท้ก็มีกำลังใจให้แก่กัน ไม่ใช่ชวนกันไปกินซะล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เมื่อเราปรับสภาพจิตใจกันได้แล้วก็ไปดูเรื่องอื่นกันดีกว่า

ปฎิบัติการลดความอ้วนอย่างเป็นรูปธรรมอาจฟังดูเครียดเกินไปสำหรับหลาย ๆ คนที่เครียดกันอยู่แล้ว แต่บางคนก็ชอบที่จะเห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ชี้แจงและอธิบายได้แบบมีตัวเลขมีบันทึก และมีกระบวนการย้อนกลับไปตรวจเช็คข้อผิดพลาดได้ หลาย ๆ คนก็ชอบที่จะฟังเรื่องกลเม็ดเด็ดพรายให้ต้องจดจำนำไปเป็นเคล็ดลับ ผู้เขียนก็ยินดีนำเสนออะไรที่เป็นกลาง ๆ แบบที่ฟังได้ไม่เครียด แต่เชื่อถือได้บนพื้นฐานที่มีหลักการและเหตุผลที่เป็นไปได้ ทั้งนี้เราจะไม่พูดเรื่องสภาวะอารมณ์และจิตใจกันอีกต่อไป จากจุดนี้อุปมานได้ว่าทุกคนคิดกับตัวเองในแง่บวกได้แล้ว ทุกคนรักตัวเอง รักสุขภาพและมองโลกในแง่ดี พร้อมรับมือกับความเครียดได้โดยไม่ใช้การกินเป็นเครื่องระบายความทุกข์ สิ่งที่ต้องเข้าใจเบื้องต้นก่อนเริ่มปฎิบัติการลดความอ้วนอย่างมีความสุขก็คือ การค้นให้พบต่อไปว่าความสุขของแต่ละคนคืออะไร แน่นอนว่าในระยะนี้ขอยกเว้นเรื่องกินไว้สักนิด อะไรที่ทำแล้วมีความสุข คิดถึงแล้วมีความสุข ได้ยินแล้วมีความสุข ได้เห็นแล้วมีความสุข เอาแค่นี้พอ แต่ทุกคำตอบควรเป็นสิ่งไม่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่ผิดศีลธรรมจรรยา ลองค้นให้พบแล้วคิดดูว่าคำตอบเหล่านั้นจะช่วยทำให้คุณลดความอ้วนอย่างมีความสุขมากขึ้นได้หรือไม่ หากเริ่มเกิดอาการตบะแตกสิ่งเหล่านั้นจะช่วยดึงสติกลับมาได้บ้างไหม ยกตัวอย่างเช่นการฟังเพลงทำให้เกิดความสุข การเต้นทำให้เกิดความสุข เมื่อไหร่ที่เกิดอาการอยากกินของโปรดที่รู้ทั้งรู้ว่าทำให้อ้วนมากขึ้น ก็สามารถหันมาเปิดเพลงฟัง แอบเต้นไปด้วยจนเหนื่อยพอประมาณ ถ้ายังไม่ลืมเรื่องกินอย่างน้อย ๆ ก็แอบกินได้นิดหน่อยเพราะใช้พลังงานในการเต้นไปมากโขแล้ว อย่างนี้ไม่อ้วนแน่นอน ถ้าไม่กินมากจนมีพลังงานสะสมเกินกว่าที่ได้ใช้ไป ฮ่า ฮ่า เอาเป็นว่าลองพิจารณาหาคำตอบและแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองดูละกัน ไปว่ากันต่อในหัวข้อถัดไป

คิดเล่น ๆ สนุก ๆ ขำ ๆ คำว่า "ลด" พ้องเสียงกับ "งด อด หมด จด ทด กด บด ขด รด สด มด ถด ชด ซด ผด หด" ขอเว้น "คด ปด ตด" ไว้สามคำ เพราะยังไม่เห็นว่าอะไรที่คด ๆ การที่ชอบปด หรือชอบตด ควรจะมีความเกี่ยวข้องหรือส่งผลดีต่อปฎิบัติการครั้งนี้เลย ฮ่า ฮ่า ถ้าไม่ขำก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นการไร้สาระ แต่อยากให้สาระผ่านอะไรที่ไม่เครียดกันสักหน่อย เริ่มกันเลย

"งด" ให้งดหลายอย่างเลย อดทนกันหน่อย งดแรกก็เรื่องกิน งดกินอาหารหวานจัด มันจัด ไม่กินพวกแป้งและถั่วในปริมาณมากเกิน งดเครื่องดื่มมึนเมา แอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกชนิด ใครติดกาแฟอาจดื่มได้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แบบใส่น้ำตาลน้อย ๆ ครียมเทียมที่ว่าไม่อ้วนก็ไม่ต้องใส่เปลี่ยนเป็นดื่มนมพร่องมันเนยแทน หากเห็นว่ามันจะอร่อยอะไรกันกินแบบนั้นไม่กินซะดีกว่า นั่นก็ยิ่งดีไม่ต้องดื่มมันซะกาแฟน่ะ อิ อิเปลี่ยนเป็นดื่มนมพร่องมันเนยรสกาแฟแทน ไม่งั้นก็ลองหันมาดื่มกาแฟดำดู ยังไม่หมดนะ อาหารจำพวกแปรรูปต่าง ๆ เช่น ไส้กรอก แฮม ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ  ก็อยู่ในข่ายควรงด แต่แรก ๆ ยังไม่ต้องงดเสียทีเดียว เพราะถ้าให้งดทุกอย่างอาจหาของทานลำบากพาลจะหมดกำลังใจเลิกลดความอ้วนไปตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เอาเป็นว่าให้ทานน้อย ๆ หรือเลี่ยงการทานบ่อย ๆ อาหารพวกนี้ไม่ทำให้อิ่มท้องเมื่อทานในปริมาณน้อย เมื่อต้องทานปริมาณมากพอให้อิ่มก็จะได้รับแคลอรี่หรือพลังงานมากเกินที่จะนำมาใช้งาน จะให้กินน้อย ๆ นั้นทำได้ลำบากลำบนเหลือเกิน เพราะรสชาติของอาหารแปรรูปพวกนี้ถูกปากซะเหลือเกิน ก็มีทั้งสารปรุงแต่งกลิ่นรสและสารกันบูดเพียบ รู้อย่างนี้แล้วถ้ายังอยาก ก็ขอแค่ให้กินแต่พอรู้รสอร่อยสักชิ้น ก๋วยเตี๋ยวสักหยิบมือ ขนมปังสักหนึ่งบิ แฮมสักครึ่งชิ้น อะไรประมาณนี้

"งด" ยังใช้ได้อีกในเรื่องของการควบคุมพฤติกรรมที่อาจบั่นทอนผลสำเร็จอันงดงามของปฎิบัติการ ฯ  เช่น การกินอาหารขณะดูทีวี การกินอาหารขณะพูดโทรศัพท์ การกินอาหารขณะนั่งรถ การกินอาหารขณะเดินเล่น การกินอาหารก่อนเข้านอนเพียงไม่ถึงสามชั่วโมง การกินอาหารบุฟเฟท์ การกินอาหารกับก๊วนเอ็นจอยอีทติ้ง หรือ พวกเพื่อนที่มักชวนไปอิ่มเอมเปรมปรีดิ์กับการกินเป็นนิจสิน ขอกล่าวเพียงเท่านี้ การกินในกรณีที่กล่าวมาทั้งปวงล้วนทำให้เราต้องกินเกินความต้องการ กินจนต้องเก็บพลังงานส่วนเกินไว้โดยไม่มีโอกาสได้ใช้ นอกนั้นต้องพิจารณาเองว่าการกระทำใด ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อการควบคุมน้ำหนักให้ได้ผลตามที่คุณหมายมั่นปั้นมือทำเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้พบชีวิตที่ดีกว่าและมีสุขภาพดีกว่าก็ให้เลี่ยง หรือ งดกระทำการนั้น ๆ เสีย พึงระลึกอยู่เสมอว่า เวลาที่หายใจอยู่ทุก ๆ เสี้ยววินาทีนั้นมีค่า จะเริ่มต้นใหม่อีกกี่ครั้งย่อมทำได้ แต่เรามีเวลาเหลืออยู่ในชีวิตนี้อีกกี่วินาที กี่วัน ไม่อาจรู้ได้ อย่าคิดว่าคนเราตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ กิน ๆ ไปเหอะเดี๋ยวตายแล้วไม่ได้กิน ถ้าคิดแบบนั้นก็เท่ากับเราแพ้ใจตัวเอง และเราจะแพ้ไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันเป็นผู้ชนะ แม้แต่ใจตัวเองก็เอาชนะไม่ได้ เสียชาติเกิดแท้ ๆ คิดแบบนี้ จะได้ฮึดสู้ขึ้นมาหน่อย ..

"อด" อันนี้ต้องอดอย่างจริง ๆ จัง ๆ อย่าได้ผิดต่อใจตัวเอง อย่าผิดต่อสัญญาใจที่จะลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักอย่างได้ผล อดเหล้า อดบุหรี่ อดแล้วอดเลย อย่าหันไปวุ่นวายกับมันอีก เพราะการกินเหล้ามักพาเกลอรักเช่นกับแกล้มแสนอร่อยมาด้วยเสมอ วงเหล้้ามักชอบของคาว ของแซ่บ ลาบ น้ำตก ซกเล็ก คอหมูย่าง ฯลฯ กินไปกินมาความแซ่บมักพาให้เสาะท้อง เพื่อนในวงก็จะหวังดี หาข้าวเหนียวมาให้ซัด สักกระติ๊บสองกระติ๊บ ไม่กินเหล้าก็กินเบียร์ แคลอรี่สูงกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่คอเหล้าคอบุหรี่ก็มักจะหนีบกันไป อ้วนเอิ้นอะไรไม่สน อันนี้ไม่เข้าข่ายคนรักสุขภาพตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว ปล่อยไปเลยละกัน เอาเป็นว่าเด็กดีทั้งหลายและมนุษย์ผู้เจริญแล้วไม่ควรข้องแวะกับสิ่งเสพติดเป็นดีที่สุด

สิ่งที่อยากให้อดอีกอย่างคือ อาหารและเครื่องดื่มที่ไร้สาระ หรือไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่กินก็ไม่ตาย ไม่กินก็ไม่เปลือง ยกตัวอย่างเช่น อาหารกระป๋อง น้ำอัดลม บะหมี่สำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบถุง ๆ ทั้งหลาย อาหารพวกนี้มีคุณค่าสวนทางกับราคาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีวางขายอยู่ทั่่วไป และหลายคนก็ติดใจรสชาติ ยอมเป็นสาวกอย่างเหนียวแน่น ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า มีผงชูรสเยอะ สารกันบูดก็มี เกลือก็สูง เป็นอันตรายก็ตับและไต ก็ยังซื้อกินอยู่เืนือง ๆ จำไว้ว่าต้องอด อดทน หรือตัดกิเลสเิลิกกินไปเลยได้ยิ่งดี เพื่อชีวิตที่ดีกว่ามีอะไรอร่อยกว่านี้ ดีกว่านี้อีกเยอะ คิดซะว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวานก็แล้วกัน อิ อิ

พล่ามมายาวมากแล้วขอบคุณที่อ่านจนจบ แม้ว่าจะหลงมาอ่านก็ตาม แต่ถ้าเห็นว่าน่าสนใจติดตามก็เชิญไปอ่านต่อได้ภาคสองจ๊ะ



ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com